ความไม่ไว้วางใจ
นายกฤษดา ทรัพย์ทวนชน เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท แม็กซอน ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากเกาหลี และบริษัท มินิแบร์ จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ
เตรียมย้ายฐานการลงทุนบางส่วนจากไทยไปประเทศกัมพูชา
นายกฤษฎากล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มที่จะย้ายฐานไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม และกัมพูชามากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศไทย เพราะเมื่อเทียบกันแล้วตอนนี้ประเทศไทยไม่มีความได้เปรียบอะไรเลย หลังจากประสบภัยพิบัติทั้งสึนามิและน้ำท่วม
โดยเฉพาะหลังจากพบว่า การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วหลายราย ส่วนใหญ่จะย้ายไปกัมพูชาและเวียดนาม และในอนาคตอาจจะย้ายไปพม่ามากขึ้น หากรัฐบาลพม่าสามารถแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สามารถดึงดูดใจนักลงทุนได้มากขึ้น
แรงจูงใจเบื้องต้นคือค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในกัมพูชาและพม่ายังอยู่ในระดับต่ำเพียงไม่ถึง 100 บาทต่อวัน แต่แรงผลักดันที่ทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตกันมากขึ้นนั้น มีประเด็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำรวมอยู่ด้วยไม่น้อยทีเดียว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.ยืนยันว่า บริษัทอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ซึ่ง 70 เปอร์เซ็นต์มีฐานการผลิตอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัยในปีนี้ ยังไม่มีท่าทีจะย้ายฐานการผลิตออกไปจากประเทศไทยแต่อย่างใด
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ความคิดที่จะย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อดูจากผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุม 40 กลุ่มอุตสาหกรรมจำนวน 732 รายในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงต่ำสุดในรอบ 26 เดือน อยู่ที่ระดับ 89 จากระดับ 90.7 ในเดือนกันยายน และพบว่าดัชนีปรับลดลงทุกหมวด ทั้งในส่วนของยอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณการผลิตและผลประกอบการ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนที่ค่อนข้างชัดเจนว่านักลงทุนมีความรู้สึกอย่างไรต่อการจัดการภัยภิบัตที่ผ่านมา
ว่ากันว่า การที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ไจกา ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยสำรวจและร่วมวางแผนการบริหารจัดการน้ำ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ และอยากเห็นการแก้ไขปัญหาในลักษณะใด
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่งบประมาณหรือมาตรการในการเยียวยาแก้ไข หากแต่เป็นปัญหาในเรื่องการปฏิบัติที่มักจะไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้นั่นเอง.