English News
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ สารการค้า
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
 
ทรายถมที่ในสิงคโปร์กำลังทำลายสภาพแวดล้อมในกัมพูชา (2)
[สารการค้า] - ก้าวตามกระแส : ฉบับที่ ฉบับ 452 ประจำวันที่ 1 -15 มกราคม 2555

 

ทรายถมที่ในสิงคโปร์กำลังทำลายสภาพแวดล้อมในกัมพูชา (2)

เพิ่งเดินทางกลับจากสิงคโปร์ ถึงได้เห็นกับตาตัวเองว่าทำไมสิงคโปร์ถึงต้องพึ่งพาทรายที่นำเข้าจากต่างประเทศ

          ไม่ว่าจะเป็นสนามบินชางงี หรือมารีน่าเบย์ คอมเพล็กซ์ แหล่งบันเทิงสไตล์คาสิโนในลาสเวกัส  ต่างก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่อดีตเคยเป็นทะเลมาก่อน   และที่เป็นสนามบินและเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักได้ทุกวันนี้ก็เพราะต้องอาศัยทรายมาถมที่

          อย่างที่เขียนไว้ในตอนที่แล้ว  ตอนที่สิงคโปร์แยกตัวออกมาจากมาเลเซียเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว  ก็มีพื้นที่เพียง 580 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น  ขนาดก็คงพอๆ กับเกาะภูเก็ตบ้านเรา    แต่มาวันนี้เนื้อที่ของประเทศสิงคโปร์ได้ขยายตัวออกไปเป็นถึงกว่า 700 ตารางกิโลเมตร

          ที่เป็นประเด็นขึ้นมาก็เพราะ ทรายเกือบทั้งหมดที่สิงคโปร์นำเข้าเพื่อขยายเนื้อที่ของประเทศนั้นมาจากกัมพูชา  โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่แถวเกาะกง  นักรณรงค์สิ่งแวดล้อมออกมาโวยวายว่าการขุดทรายเพื่อตอบสองความต้องการของสิงคโปร์นั้นกำลังทำลายสภาพแวดล้อมของกัมพูชาอย่างรุนแรง

          กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและระดับสากลได้ออกมารณรงค์ต่อต้านการขุดทรายในกัมพูชา   ทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุนเซนอยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกระเบียบควบคุมการขุดทราย  แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่เป็นผล การขุดทรายก็ยังดำเนินต่อไป

           ปัญหาใหญ่ก็คือ เหล่านักขุดทรายทั้งหลายไม่ได้สนใจผลกระทบที่มีต่อสภาพแวดล้อม นึกจะขุดที่ไหนก็ขุด ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ  ป่าชายเลน และแม้แต่แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์สงวนที่อยู่ริมชายทะเลทั้งหลาย  พูดง่ายๆ ก็คือ ที่ไหนมีทรายก็ลงมือขุดตรงนั้น   ส่วนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ตามสไตล์เขมร

โกลบอลวิตเนส ซึ่งเป็นองค์กรปกป้องสภาพแวดล้อมสากล เปิดเผยว่าจากข้อมูลที่ได้รับจากผุ้เชี่ยวชาญ ธุรกิจขุดทรายในกัมพูชาได้สร้างผลกระทบต่อสถาพแวดล้อมอย่างรุนแรง  ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำในบริเวณที่มีการขุดทรายลดลงอย่างมาก 

                โกลบอลวิตเนส รายงานว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของกัมพูชาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย  เวียดนาม หรืออินโดนิเซียต่างก็ตระหนักถึงอันตรายจากธุรกิจขุดทรายและได้ออกกฎหมายห้ามการขุดทรายเพื่อการส่งออก เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อม

          ถึงแม้รัฐบาลกัมพูชาจะได้ออกกฎหมายห้ามการส่งออกทราย แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าในความเป็นจริงทุกวันนี้ก็ยังมีการลักลอบขุดทรายเพื่อส่งออกต่างประเทศตลอดเวลา โดยเฉพาะแถวเกาะกง  และตลาดทรายที่ใหญ่ที่สุดก็ยังเป็นสิงคโปร์

          แม่น้ำหลักหลายทรายก็กลายเป็นแหล่งขุดทราย จนชาวบ้านทนไม่ไหวเพราะเห็นปริมาณสัตว์น้ำที่เป็นแหล่งรายได้หลักหดหายไปต่อหน้าต่อตา ต้องรวมตัวกันประท้วง    นายกรัฐมนตรีฮุนเซนเองก็แสดงทีท่าเห็นอกเห็นใจชาวบ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

          โกลบอลวิตเนสรายงานว่าได้ส่งคนแอบติดตามเรือบรรทุกทรายที่ออกจากกัมพูชาและก็พบว่าเกือบทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเดินหน้าถมทะเลเพื่อทำการขยายพื้นที่ของประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง

          ส่วนรัฐบาลสิงคโปร์เองก็เล่นบทแกล้งเซ่อ  ไม่รู้ไม่ชี้ว่าทรายที่เอามาถมทะเลนั้นมากจากไหน   เจ้าหน้าที่รัฐบาลสิงคโปร์อ้างว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีนโยบายปกป้องสภาพแวดล้อมของโลก  ส่วนถ้าทรายที่นำเข้ามาจากแหล่งที่ผิดกฎหมายก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในประเทศต้นทางต้องจัดการเอง

          ถ้ารัฐบาลกัมพูชายังละเลยไม่สนใจที่จะจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ การขุดทรายอาจจะบานปลายกลายเป็นประเด็นทางการเมืองในอนาคตได้  เหมือนๆ กับปัญหาการไล่ที่ชาวบ้าน

       

 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ Free Site Counter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com