
ส.อ.ทชี้รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นด่วน ให้ต่างชาติมองฐานไทยยังน่าลงทุนปี 55
สภาอุตสาหกรรมชี้ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทยปี 55 จากปัญหาน้ำท่วมส่งกระทบความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทย 1.12 ล้านล้านบาท คาดภาคอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย 4,747 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องตอบคำถามนักลงทุนต่างชาติเรื่องอุทกภัยและการลงทุนระยะยาวได้ ด้านกนอ. มองเศรษฐกิจไทยในอนาคตขึ้นกับการฟื้นความเชื่อมั่น
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มีโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้เป็นโรงงานของผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นและสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการและภาคเอกชนกำลังตั้งคำถามคือ มาตรการให้ความช่วยเหลืออย่างไร และ "ปี 2555 น้ำจะมาอีกไหม" ซึ่งเรื่องนี้ภาครัฐต้องเข้ามาดูแล ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การดูแลผังเมืองและโครงสร้างต่างๆ ซึ่งรัฐบาลต้องทำให้เรื่องเหล่านี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุนกลับมา
นอกจากนี้ การปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวต้องมีความรวดเร็ว"ไม่ใช่ติดกฏข้อบังคับต่างๆ มากมาย ซึ่งในขณะนี้นักลงทุนยังมีความมั่นใจในเศรษฐกิจไทยอยู่เนื่องจากประเทศไทยมีระบบห่วงโซ่อุปทานที่ยังแข็งแกร่งซึ่งหากรัฐสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็วก็จะเป็นผลดี
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ระหว่างเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา นายจ้างที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ แต่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่แรงงานกว่า 660,000 คน เป็นเงินรวมแล้ว 12,000 ล้านบาท เพื่อดูแลแรงงานไม่ให้เกิดความเดือดร้อน
สำหรับภาพรวมของความเสียหายจากน้ำท่วมทางสภาอุตสาหกรรมประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นมูลค่า 1.12 ล้านล้านบาท เช่น ภาคอุตสาหกรรมเสียหายแล้ว 474,750 ล้านบาท, รายได้จากการส่งออกสูญเสียไป 148,413 ล้านบาท, ความเสียหายของธุรกิจเอสเอ็มอี 24,000 ล้านบาท, ภาคการท่องเที่ยวและการจัดนิทรรศการเสียหาย 74,000 ล้านบาท, ภาคการเกษตรเสียหาย 50,000-70,000 ล้านบาท, ภาคครัวเรือนที่เป็นทั้งบ้านจัดสรรและบ้านเรือนทั่วไปเสียหาย 80,000 ล้านบาท, ความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน 35,000 ล้านบาท, ค้าส่งค้าปลีก 70,000 ล้านบาท, ภาคโลจิสติกส์ 20,000 ล้านบาท เป็นต้น
ด้านนางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังจากน้ำท่วมขึ้นกับความเชื่อมั่นของนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งเมื่อน้ำท่วมแล้วก็ต้องหาทางฟื้นฟูเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจ ซึ่งหากไม่ทำอะไรเลยจะส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตและหากไปเชิญนักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนใหม่ก็คงไม่มาลงทุน
ภาครัฐควรมีการปรับปรุงแนวป้องกันน้ำท่วมของนิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำไม่ท่วมอีก โดยรัฐบาลได้จัดสรรวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม 15,000 ล้านบาท และการกำหนดพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมในอนาคตจะต้องมองปัจจัยธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งต้องหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน