
16 ปีพรีบิลท์ปลื้มธุรกิจปี 54 โตเกินคาดฟันกำไร 3 พันล้านบาท
ผลงานเด่น 16 ปี “พรีบิลท์” โชว์กำไรปี 54 ทะลุเป้ากว่า 3 พันล้านบาท พร้อมวางแผนเปิดอีก 5 โครงการในปี 55 เน้นอาคารสูงย่านใจกลางเมืองใกล้แนวรถไฟฟ้า มั่นใจต้นปีหน้าส่งThe Grand Howard Hotel โรงแรม 4 ดาว มูลค่ากว่า 214 ล้านบาท แนวโมเดิร์นคอนเทมโพรารี มัดใจลูกค้าด้วยคำขวัญที่ว่า “PRE-BUILT We Build Trust”
นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมของบริษัทและในเครือว่า ครึ่งหลังปี 2554 บริษัทฯปรับเป้ารายได้รวมทั้งปีเพิ่ม 55 เปอร์เซ็นต์จาก 2,750 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทำรายได้รวมอยู่ที่ 1,497 ล้านบาท มาจากบริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) 1,279.1 ล้านบาท บริษัท บิลท์แลนด์ จำกัด 93.4 ล้านบาทและบริษัท พีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด 203.1 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 67.2 ล้านบาท มากกว่ากำไรทั้งปีของปีที่แล้ว 60 ล้านบาท มีรายได้รวม 1,933 ล้านบาท
"เป้ารายได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นหลัก ๆ มาจากบริษัท พีซีเอ็ม จากเป้ารายได้เดิม 380 ล้านบาทเพิ่มเป็น 480 ล้านบาท และบริษัท พรีบิลท์ จากเดิม 2,010 ล้านบาท เป็น 2,500 ล้านบาท โดยพรีบิลท์มีงานในมือทั้งสิ้นคิดเป็นมูลค่า 4,700 ล้านบาท" ถึงสิ้นปี
ขณะที่รายได้บริษัท บิลท์แลนด์ จำกัด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐบาลใหม่ ทำให้ลูกค้าชะลอโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการเดอะเทมโป ร่วมฤดี ทำให้ยอดรับรู้รายได้ลดลงไปบ้าง จากเดิมตั้งเป้าปี 2554 จะโอน 70 ล้านบาท ปรับเหลือ 30 ล้านบาท บริษัทปรับเป้ารายได้รวมของบิลท์แลนด์ลงจาก 420 ล้านบาท เหลือ 242 ล้านบาท
สำหรับครึ่งหลังปี 2554 บริษัทฯ มีแผนลงทุนทุกธุรกิจในเครือ โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 4 จะเปิดตัวใหม่ 2 โครงการเกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อบางใหญ่) มูลค่าโครงการรวม 376 ล้านบาท แยกเป็นคอนโดมิเนียม 1 โครงการแบรนด์ "เดอะเทมโป M ติวานนท์" ใกล้สถานีติวานนท์ เยื้องกระทรวงสาธารณสุข เข้าในซอย 150 เมตร บนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ สูง 8 ชั้น 166 ยูนิตมูลค่าโครงการ 250 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 29-32 ตารางเมตร
ส่วนโครงการแนวราบคือ "เดอะเทมโปทาวน์ รัตนาธิเบศร์ไทรม้า" บนถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้กับสถานีไทรม้าเข้าไปในซอยประมาณ 800 เมตร เนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 20 ตารางเมตร หน้ากว้าง 5.20 เมตร 36 ยูนิต มูลค่าโครงการ 126 ล้านบาทเป็นโครงการแรกนำระบบพรีแฟบที่ผลิตเองมาก่อสร้าง ทำให้กำหนดราคาขายไม่แพงมาก แม้จะอยู่ในทำเลรถไฟฟ้า
"ครั้งแรกที่เราหันมาทำแนวราบเนื่องจากเป็นตลาดกำลังซื้อค่อนข้างสูงทำให้การรับรู้รายได้ของบริษัทเร็วขึ้นใช้เวลา 7 เดือนก็โอนได้แล้ว ซึ่งวางเป้าหมายเปิดตัวใหม่อีก 4-5 โครงการ ส่วนแนวสูงรอดูจังหวะและทำเลที่เหมาะสม ตอนนี้กำลังหาซื้อที่ดินใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท" นายชัยรัตน์กล่าว
สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการปัจจุบัน 3 โครงการ ได้แก่1.เดอะเทมโป ร่วมฤดี อยู่ระหว่างรอโอน 2.เดอะเทมโป พหลโยธิน 79 ยูนิตมูลค่าโครงการ 387 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 70เปอร์เซ็นต์ สร้างเสร็จเดือนพฤศจิกายนปี 2554 และ เริ่มโอนเดือนธันวาคม เป็นต้นไป 3.เดอะเทมโป รัชดา สูง 7 ชั้น 109 ยูนิต มูลค่าโครงการ 290 ล้านบาท เปิดขายเดือนมิถุนายนปี 2554 ที่ผ่านมา มียอดจองแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
ส่วนธุรกิจแผ่นพื้นและผนังสำเร็จรูปพีซีเอ็ม บริษัทฯลงทุนประมาณ 40ล้านบาทขยายกำลังการผลิตเพิ่ม เนื่องจากตลาดไปได้ดี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายหันมาใช้ระบบพรีแฟบก่อสร้างบ้านมากขึ้น เพราะก่อสร้างได้เร็วประหยัดต้นทุน และยังแก้ปัญหาแรงงานก่อสร้างที่ขาดแคลนได้ด้วย
นายชัยรัตน์ กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมว่า ช่วงที่ผ่านมาโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทจำนวน 4 โครงการ ที่พัฒนาในนาม บริษัท บิลท์แลนด์ ภายใต้แบรนด์ “เดอะ เทมโป” ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมแต่อย่างใด ส่วนโครงการแนวราบ “เดอะ เทมโป ทาวน์” ย่านรัตนาธิเบศร์-ไทรม้า ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น จำนวน 36 ยูนิต ราคาขาย 3 ล้านบาทขึ้นไป มูลค่าโครงการ 126 ล้านบาท ได้ปรับเลื่อนเปิดตัวในเดือนมกราคมปี 2555 และสามารถรับรู้รายได้โครงการดังกล่าวทั้งหมดในปี 2555
สำหรับแผนปี 2555 จะเปิดตัวประมาณ 4-5 โครงการ โดยเน้นโครงการแนวสูงย่านใจกลางเมือง ใกล้แนวรถไฟฟ้า มูลค่าโครงการจะเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการมองหาที่ดินเพื่อพัฒนา โดยใช้งบในการซื้อที่ดินประมาณ 1,000 ล้านบาท แม้จะเกิดเหตุการณ์อุทกภัย แต่ผลประกอบการรวมของบริษัทในปี 2554 ก็เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่ 3,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 55 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2554 มีรายได้รวม 993.26 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท และมีรายได้รวม 3 ไตรมาสที่ 2,490.89 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 88.23 ล้านบาท
อีกหนึ่งโครงการเด่นที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเสร็จต้นปี 2555 คือ The Grand Howard Hotel เป็นโรงแรม 4 ดาว สูง 24 ชั้น 256 ห้อง มูลค่าโครงการกว่า 214 ล้านบาท ตั้งอยู่ถนนเจริญราษฏร์ แนวโมเดิร์นคอนเทมโพรารี ซึ่งอยู่ภายใต้คำขวัญที่ว่า “PRE-BUILT We Build Trust” เป็นโครงการที่ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันมียอดมูลค่างานคงค้างในมือ (Backlog) อยู่ที่ 2,480 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าหลังเหตุการณ์น้ำลด จะมีมูลค่างานเพิ่มขึ้นแน่นอน และเชื่อว่าราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ และขาดแคลนวัสดุก่อสร้างในระยะสั้น รวมทั้งขาดแคลนผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย ดังนั้นอำนาจการต่อรองจะอยู่ที่ผู้รับเหมารายใหญ่ มั่นใจว่าบริษัทฯ จะไม่ประสบปัญหาดังกล่าวเนื่องจากมีบริษัทในเครือคือ บริษัท พีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด (พีซีเอ็ม) ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างคอนกรีตสำเร็จรูปอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรวัสดุก่อสร้างรายอื่นๆด้วย จึงไม่ขาดแคลนสินค้า
ด้านนายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโดยรวมว่า อาจจะชะลอตัวในช่วง 2-3 เดือนแรก เนื่องจากการปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้างเพิ่มเติมและรองรับอุทกภัยในอนาคต ขณะเดียวกันจะมีการซ่อมโรงงานหลังน้ำลดมาทดแทนการชะลอตัวดังกล่าว ส่วนการลงทุนใหม่เพื่อสร้างโรงงานในเขตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น่าจะชะลอตัวหรือยกเลิกการลงทุน พร้อมกับมีการแสวงหาทำเลที่ตั้งใหม่ที่เหมาะสม เช่น นครราชสีมา หรือ ระยอง
ขณะนี้บริษัทฯได้เริ่มเข้าประมูลงาน คอนโดมิเนียมย่านพัทยา สูงกว่า 40 ชั้น ออฟฟิศย่านใจกลางเมืองและโรงงานอุตสาหกรรมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท “ นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย