คลีนิกอุตสาหกรรม
อีเลคทรอนิกส์จะย้ายฐาน ?!?!
โดยธรรมชาติทางธุรกิจ ช่วงเวลาปลายปีเก่าต่อเนื่องถึงต้นปีใหม่ หรือช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะเป็นช่วงเวลาที่หลายอุตสาหกรรมทำการเจรจา ตกลงซื้อขายสินค้า และวางแผนการผลิตสำหรับปีใหม่
ในธุรกิจส่งออก ผู้ประกอบการต่างชาติจะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเจรจาธุรกิจและดูความเป็นไปของโรงงานที่จะตัดสินใจทำการค้าด้วย ช่วงเวลานี้จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก
ผลพวงจาก “มหาอุทกภัย” ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากจมน้ำ คู่ค้าต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาติดต่อค้าขายได้เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางการค้า และเกิดความเสี่ยงในการทำออเดอร์ใหม่สำหรับปี2555
ลำพังปัญหาการบูรณะซ่อมแซมโรงงาน เครื่องจักร และระบบการผลิตให้ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติก็หนักหนาสาหัสเอาการอยู่แล้ว การสูญเสียโอกาสทางธุรกิจในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้จึงเท่ากับเป็นการโชคร้ายซ้ำซ้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจกำลังพิจารณาตัดสินใจย้ายฐานการผลิตกันอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเลคทรอนิกส์
นาย ศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประ เทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุทกภัยครั้งนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
เป็นคำพูดเพียงสั้น ๆ แต่มีความหมายลึกล้ำ สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงที่ว่า การตัดสินใจย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการนั้น ไม่ได้เกิดจากปัญหาน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว หากแต่มีปัญหาอื่นสะสมหมักหมมมาเป็นเวลายาวนาน
สะสมจนทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพ “ลาหลักแอ่น” พอเจอฟางเส้นสุดท้ายเข้าก็เกิดอาการหลังหัก ไม่สามารถทนทานได้อีกต่อไป
อะไรคือปัญหาที่สะสมอยู่บนหลังลาจนทำให้กลายเป็นลาหลังแอ่น ?
อันดับแรก แรงงานขาดแคลน แต่ไม่ได้รับการอนุญาตให้จ้างแรงงานต่างด้าวตามเงื่อนไขของกฎหมาย ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำก็กำลังจะปรับสูงขึ้นถึง 40% ตามนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านยังมีค่าแรงงานที่ถูกกว่ามาก อาทิ ค่าแรงในกัมพูชาอยู่ที่ 80 บาทต่อวันและให้สิทธิ์ยกเว้นภาษีระยะยาว
ปัจจัยต่อมา ก็ระบบการเมืองในประเทศไทยที่เน้นความสำคัญกับการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองเหนือสิ่งอื่นใด นโยบายทางการเมืองหลายกรณีจึงมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในภาคเศรษฐกิจ
ท้ายที่สุด เมื่อต้องเผชิญกับ “มหาอุทกภัย” โรงงานและเครื่องจักรเสียหายย่อยยับ ต้องสร้างและต้องซื้อใหม่เกือบทั้งหมด การสร้างใหม่บนพื้นที่ใหม่ในประเทศใหม่จึงมีน้ำหนักที่น่าพิจารณามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอีเลคทรอนิกส์ที่ย้ายฐานได้ง่ายที่สุด ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็เริ่มลงมือผลิตได้แล้ว.