
40 ปี ไทคิชา ชงยุทธศาสตร์ลุยงานเมกะโปรเจค
“ไทคิชา ประเทศไทย” ผู้นำธุรกิจรับเหมาระดับประเทศ ชูโครงการ Backlog กว่า 90% เน้นเจาะภาคเอกชน ลุยงานเมกะโปรเจคจับมือบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ กระจายความเสี่ยงในการลงทุน ย้ำศักยภาพโชว์มาตรฐาน ISO9001: 2008 การันตีคุณภาพ
ไทคิชา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินงานของบริษัทฯมีโครงการในมือกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นงานรับเหมาก่อสร้างให้กับภาคเอกชน
“การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยทำให้งานของบริษัทฯลดลง แต่ปีนี้เชื่อว่าจะดีขึ้น และส่งผลให้โครงการต่างๆ โดยเฉพาะงานภาคเอกชนที่เป็นลูกค้าหลักของเรา เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งนั้น ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้บริษัทฯได้งานเพิ่มขึ้น แต่เหตุผลหลักมาจากการตัดสินใจของภาคเอกชนที่มองเศรษฐกิจมากกว่า” นายชัยวัฒน์ กล่าว
สำหรับการดำเนินงานนั้น โดยส่วนใหญ่บริษัทฯ จะทำการคัดสรรโครงการที่หลายๆ ฝ่ายกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาทิเช่น โครงการเมกะโปรเจคซึ่งโครงการทางวิศวกรรมขนาดใหญ่ ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน ในการทำงาน ไม่เฉพาะเพียงสาขาวิศวกรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ตลอดจนกฎหมาย เนื่องจากเป็นงานที่ซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน ใช้งบประมาณสูง
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการร่วมมือกับกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ด้วยการอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกันเพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน หรือดำเนินการกับทางภาครัฐ รวมทั้งร่วมมือกับภาคเอกชนหรือระหว่างรัฐบาล ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการหรือบาร์เตอร์เทรด (ในกรณีประเทศไทย มักจะเป็นผลิตผลทางการเกษตร) การให้สัมปทาน การให้เอกชนสร้างและโอนเป็นของรัฐภายหลัง
40 ปีเครือไทคิชาผลงานคุณภาพ
40 ปี เครือบริษัทไทคิชา ผู้รับเหมาก่อสร้างระบบปรับอากาศและติดตั้งสาธารณูปโภค ซึ่งตลอดระยะเวลาที่บริษัทฯเปิดดำเนินการจนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีทั้งนี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ในการบริหารงานมาเป็นเวลานาน ความเชี่ยวชาญของพนักงาน และการร่วมสร้างสรรค์ของกลุ่มลูกค้าเพื่อพัฒนาในทุกโครงการ นอกจากนี้ยังผ่านการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001:2008 เพื่อเข้ามาบริหารจัดการและคุณภาพด้านต่างๆ รวมถึงการคัดสรร ซัพพลายเออร์ที่จะเข้ามาร่วมงานด้วย นอกจากนี้บริษัทฯยังได้รับมาตรฐานการจัดการ ISO 14001:2004 และระบบมาตรฐานความปลอดภัย มอก.18001 มาใช้เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของบริษัทฯให้เติบโตต่อไป
ปัจจุบันเครือบริษัทไทคิชามีทั้งหมด 5 แห่ง รวมถึง ไทคิชา ซึ่งครอบคลุมสาขาอุตสาหกรรมต่างๆ มากมายที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ความร้อน อากาศ และน้ำ กิจกรรมทางธุรกิจที่สำคัญในเครือ ได้แก่ การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งระบบปรับอากาศ สุขภัณฑ์ การป้องกันอัคคีภัย และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับอาคารและโรงงาน งานบำบัดก๊าซและน้ำ อุปกรณ์ไฮเทค เช่น “ห้องทำความสะอาด” ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้นในสังคมยุคใหม่ และอุปกรณ์เคลือบสีอัตโนมัติที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
อุตฯก่อสร้างปี 2555
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าแนวโน้มธุรกิจสาขาก่อสร้างในปี 2555 หดตัวร้อยละ 5.6 ต่อเนื่องจากที่หดตัวร้อยละ 7.8 ในไตรมาสที่ผ่านมา เป็นผลมาจากก่อสร้างภาครัฐที่หดตัวร้อยละ 15.3 เนื่องจากโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ส่วนใหญ่สิ้นสุดลง ประกอบกับการเบิกจ่ายงบลงทุนด้านการก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจชะลอลง ส่วนการก่อสร้างภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 6.1 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5.5 เป็นผลจากการขยายตัวของการก่อสร้างอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ
ปี 2555-2558 แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นขยายตัวร้อยละ 6.5 เป็นผลมาจากราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 7.8 ส่วนราคาไม้ และซีเมนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และ 12.5 ชะลอจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5.2 และ 15.2 ตามลำดับ การที่ราคาวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อไป
การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน และการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น คงต้องทำงานหนักกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ในการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับมาเลือกซื้อโครงการของตน แม้ว่าโครงการบางแห่งจะมีจุดเด่นในเรื่องการมีรถไฟฟ้าผ่านก็ตาม แต่จากวิกฤตน้ำท่วมหนักปี 2554 ทำให้ผู้ประกอบการต่างคงต้องตระหนักถึงปัจจัยนี้มากขึ้น ในการพัฒนาโครงการใหม่ให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยที่สุด