
CPF มุ่งโนว์ฮาวน์ดันโครงการฟาร์มส่งเสริมอาชีพ 6,000 แห่งทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นครัวโลก
ซีพีเอฟ ชูกลยุทธ์วางแนวทางป้องกันลดความเสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม ดันฟาร์มส่งเสริมอาชีพกว่า 6,000 แห่ง พร้อมเผยปี 55 คาดมูลค่าการส่งออกไก่แปรรูปและไก่สดแช่แข็งโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง
นายวิโรจน์ คัมภีระ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่าปี 2555 บริษัทฯได้วางแผนล่วงหน้าถึงแนวทางและวิธีการป้องกันน้ำท่วมสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกว่า ทั้งนี้เนื่องจากซีพีเอฟมีโรงงานกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศและมีหลายแห่งที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางป้องกันโรงงานในส่วนของพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้สามารถผลิตอาหารรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในสถานการณ์ปกติและในภาวะวิกฤตได้ ป้องกันการเกิดปัญหาภาวะขาดแคลนอาหาร ด้วยเหตุนี้โรงงานในเครือซีพีเอฟรวมทั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของซีพีเอฟและฟาร์มของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วมได้
นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมีการวางแผนการเลี้ยงสัตว์โดยคาดการณ์สถานการณ์น้ำและหลีกเลี่ยงการนำสัตว์เข้าเลี้ยงสำหรับฟาร์มที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ส่วนฟาร์มที่มีสัตว์เข้าเลี้ยงแล้วและคาดว่าอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ก็จะทำการขนย้ายสัตว์ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยวิธีการป้องกันและการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง ทำให้โรงงานและฟาร์มของซีพีเอฟไม่ได้รับความเสียหายจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น
สำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของบริษัทฯและของเกษตรกรในโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แก่เกษตรกรรายย่อยของซีพีเอฟนั้น ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนที่ดอนซึ่งน้ำท่วมไม่ถึง ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการคัดเลือกพื้นที่สำหรับสร้างฟาร์ม เพื่อที่จะผลักดันโครงการฟาร์มส่งเสริมอาชีพกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ และเร่งขยายกำลังการผลิตโรงงานในเครือให้ครองความเป็นผู้นำ และสามารถรองรับความต้องการของตลาดอาหารได้
นายวิโรจน์ กล่าวเสริมว่า สถานการณ์น้ำในปี2554 รุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี บริษัทฯจึงได้วางแผนการรับสถานการณ์น้ำล่วงหน้า โดยการสร้างกำแพงคอนกรีตรอบโรงงาน การปรับปรุงระบบระบายน้ำภายในโรงงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกนอกโรงงานเมื่อเกิดภาวะน้ำท่วมและเพิ่มมีวิธีป้องกันให้เข้มงวดมากขึ้นโดยการใช้ดินเสริมตามแนวกำแพงคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกำแพงและการสร้างเขื่อนดินเพื่อกันน้ำในชั้นที่สอง
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทฯยังยึดมั่นที่จะดำเนินธุรกิจ คือครัวของโลก เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้พฤกติกรรมการอยู่ หรือการบริโภคของคนเมืองหลวงจะเปลี่ยนไป จะซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองและตึกสูงและบริโภคอาหารปรุงสำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังได้เข้าซื้อธุรกิจอาหารสัตว์ขนาดใหญ่ในจีนและธุรกิจเกษตรครบวงจรในเวียดนาม โดยคาดว่าหลังเข้าไปซื้อยอดขายจะเติบโตขึ้นอีกร้อยละ 50 ซึ่งการเข้าไปซื้อหุ้นของทั้ง 2 ประเทศก็จะส่งผลผลักดันให้บริษัทฯเป็นครัวของโลก
ทั้งนี้ มูลค่าส่งออกไก่แปรรูปและไก่สดแช่แข็ง (ส่งออกเฉพาะไก่สดแช่แข็งไปบาห์เรนและซาอุดีอาระเบียในลักษณะเป็นตัว) ในปี 2554 ของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ EU ที่ชะลอตัวต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ผู้นำเข้าจาก EU ต่อรองราคาสินค้าให้ถูกลง รวมถึงเงินบาทแข็งค่า ทำให้ราคาส่งออกลดลง อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ปรับราคาสินค้าขึ้นมาระดับหนึ่ง
สำหรับปี 2555 คาดว่ามูลค่าส่งออกไก่แปรรูปและไก่สดแช่แข็งของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากฟาร์มเลี้ยงไก่ และโรงงานแปรรูปของบริษัทฯ ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการสั่งซื้อ ประกอบกับความต้องการของตลาดต่างประเทศยังมีสูง เพราะไก่เป็นสินค้าโปรตีนราคาถูก ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจปี 2555 จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น GDP อยู่ที่ร้อยละ 4.5-5 จากความต้องการวัสดุก่อสร้างการฟื้นฟูภาคการเกษตร การประกันราคาข้าว รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท