
เมเจอร์พร้อมสู้ขานรับอุตฯภาพยนตร์เอเชียบูม
เมเจอร์ เผยหลังตลาดอุตฯภาพยนตร์เอเชียบูม เร่งสร้างโอกาสในการเดินหน้าขยายสาขาเตรียมผุดโรงหนังอีก 200 แห่ง วางเป้า 3 ปี ขยายให้ครบ 600 สาขาทั่วประเทศ คาดปี 55 รายได้โต 20% และมีแนวโน้มโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังคงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของตลาดเอเชีย ที่อัตราการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลัก ๆ มาจากการขยายตัวของโรงภาพยนตร์ในตลาดเอเชีย ทั้งประเทศไต้หวัน มาเลเซีย จีน และไทย
ทั้งนี้ บริษัทฯตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 ปีนับจากปี 2554 บริษัทฯจะเปิดโรงภาพยนตร์ให้ครบ 600 โรง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นบริษัทฯคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10 -15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ปัจจุบันบริษัทฯมีโรงภาพยนตร์อยู่ทั้งสิ้น 380 โรง และเตรียมจะเปิดเพิ่ม 10 โรง ซึ่งภายในสิ้นปีนี้จะทำให้บริษัทฯมีโรงภาพยนตร์ทั้งสิ้น 390 โรง
อย่างไรก็ตามจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเอเชีย ทำให้บริษัทฯมองว่าอุตสาหกรรมนี้ยังมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงภาพยนตร์เพียง 600 โรงทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทฯมีโรงภาพยนตร์ครอบคลุมพื้นที่เพียง 23 จังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ดังนั้นบริษัทฯมองว่าน่าจะเป็นโอกาสอีกมากสำหรับการขยายตัวของโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย ทำให้ปีหน้านี้บริษัทฯเตรียมเปิด โรงภาพยนตร์เพิ่ม 50 โรง หรือเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ จากปกติ ที่มีบริษัทฯมีอัตราการ เปิดโรงภาพยนตร์เฉลี่ยปีละ 20-30 โรง ด้วยงบฯลงทุนเฉลี่ยโรงละ 10 ล้านบาท
สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยปีหน้าก็ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่องที่เตรียมจ่อคิวลงฉาย เช่น ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราช เรสซิเดนต์อีวิล (Resident Evil) ทำให้บริษัทฯมั่นใจว่าปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์จากปีนี้ทั้งจากการขยายโรงภาพยนตร์เพิ่มและการเข้าฉายของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
นายวิชากล่าวต่อว่า ในส่วนของผลกระทบของน้ำท่วมในที่ผ่านมานั้น บริษัทฯได้รับความเสียหาย 1 สาขา คือสาขาที่ศาลายาเท่านั้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำท่วมนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้การเติบโตปีนี้โดยทั้งปียังมีอัตราการเติบโตที่ 20 เปอร์เซ็นต์ จากปีก่อน ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯมีอัตราการเติบโตถึง 45 เปอร์เซ็นต์ และในช่วงเดือนธันวาคมปี 2554 มีอัตราการเติบโตตลอดทั้งเดือน 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ต้องเลื่อนการฉายจากสถานการณ์น้ำท่วม เตรียมรอฉายอีกหลายเรื่อง