บทบรรณาธิการ_2
สัญญาณเตือนภัย
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา การขยายตัวติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ไม่ผิดจากความคาดหมายเท่าไรนัก และขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อนาคตข้างหน้า โดยเฉพาะในปี 2555 มีปัญหาที่ต้องแก้ไขกันมากมายทีเดียว
การส่งออกเดือนพฤศจิกายน มีมูลค่ารวม 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 12.4% และคาดกันว่าตัวเลขของเดือนธันวาคม ก็จะยังคงอยู่ในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากในช่วงมหาอุทกภัยระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนนั้น ระบบการผลิตของประเทศต้องหยุดชะงักจนเกือบจะสิ้นเชิง
นอกจากการทรุดตัวของการส่งออกแล้ว การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนพฤศจิกายนก็ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ทำได้ 137,838 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 923 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่ำกว่าเป้า 2,913 ล้านบาท หรือ 6% ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ต่ำกว่าเป้า 4,262 ล้านบาท หรือ 54.6%
คาดกันว่าระบบการผลิตของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติในราวไตรมาสที่ 2 ของปี 2555 ซึ่งหมายความว่า สถานการณ์ของการส่งออกและการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจะยังมีแนวโน้มติดลบไปจนถึงสิ้นไตรมาสแรกของปี 2555 เป็นอย่างน้อย
นั่นเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ผู้กำกับดูแลนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลจะต้องเร่งหาทางแก้ไขโดยเร็ว
กล่าวกันว่า ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นเปรียบได้เหมือนเครื่องบิน 4 เครื่องยนต์ ตัวจักรขับเคลื่อนที่สำคัญมาจากภาคการส่งออก การลงทุนของภาคเอกชน การบริโภคหรือการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และท้ายที่สุดคือการใช้จ่ายหรือการลงทุนของภาครัฐ
ณ ปัจจุบันเห็นได้ชัดเจนว่า เครื่องจักรสำคัญที่สุดคือภาคการส่งออกนั้นดับสนิทไปแล้ว ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็มีแนวโน้มว่าจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเครื่องจักรที่ทำงานเต็มสูงอยู่เพียงเครื่องเดียวคือการลงทุนของภาครัฐเท่านั้น
ความพยายามของกระทรวงพาณิชย์และรองนายกรัฐมนตรีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ในการปั้นตัวเลขคาดการณ์การส่งออกปี 2555 ว่าจะขยายตัวได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจว่าจะสูงถึง 7 เปอร์เซ็นต์คงจะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถาบันภาคเอกชน อย่างเช่นศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าการขยายตัวของภาคการส่งออกปีใหม่นี้อย่างดีที่สุดก็ไม่น่าจะเกิน 8 เปอร์เซ็นต์
ถ้านโยบายขายฝันของกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เป็นเพียงกลยุทธ์ในการสร้างขวัญและกำลังใจในการฟื้นฟูบูรณะความเสียหายที่เกิดจากภาวะน้ำท่วม ก็เป็นเรื่องที่พอจะยอมรับได้และไม่น่าวิตกกังวลอะไรนัก แต่ถ้าผู้บริหารนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเชื่อฝันของตัวเองจริง ๆ อนาคตเศรษฐกิจไทยก็ออกอาการน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งทีเดียว.