
กปน.ครบรอบ102 ปี ประกาศรับ NACC Integrity Awards 2011
“การประปานครหลวง”ครบรอบ102 ปี คว้ารางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส (NACC Integrity Awards 2011) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งเดียวที่รับรางวัลดังกล่าว พร้อมเดินหน้าเปิด 6 แผนยุทธศาสตร์ ขึ้นระดับแนวหน้าสุดของระดับกลุ่มอาเซียนด้านงานบริการประปา
นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า การประปานครหลวงองค์กรผู้ให้บริการประชาชนในส่วนของน้ำประปา น้ำดื่มบรรจุขวด (PAPA) น้ำขายเป็นรถและบริการแจกน้ำประปา ซึ่งนับเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในระดับแนวหน้าของกลุ่มประเทศอาเซียนที่ให้บริการงานประปา
ล่าสุด กปน.ได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส NACC Intergrity Awards 2011 เกียรติยศแห่งคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ประเภทองค์กรภาครัฐวิสาหกิจ จากนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้หลักคุณธรรม จริยธรรมและหลักธรรมาภิบาลควบคู่กับการประกอบกิจการ
การประปานครหลวง เป็นรัฐวิสาหกิจเพียงแห่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยในปี 2554 มีหน่วยงานที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 8 ราย รางวัลองค์กรโปร่งใส 3 ราย เป็นภาคเอกชนได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย บมจ.เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ และ บจก.ชัยบูรณ์ บราเดอร์
วัตถุประสงค์ของ NACC Integrity Awards 2011 เป็นรางวัลเกียรติยศแห่งคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต คือความต้องการยกระดับความโปร่งใสของประเทศไทย สร้างขวัญ กําลังใจ และยกย่องเชิดชูหน่วยงาน/องค์กร/สถาบันภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจเอกชน ให้เป็นแบบอย่างที่ดี ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างกระแสให้สังคมเกิดค่านิยมส่งเสริมการบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) บรรษัทภิบาล(Corporate Governance) มีจรรยาบรรณทางการค้า (Code of Conduct) และรับผิดชอบสังคมส่วนรวม(Corporate Social Responsibility : CSR) ผสมผสานระหว่างหลักเกณฑ์ของ ISO 26000 หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เน้นในส่วนของการบริหารจัดการองค์กรด้วยความโปร่งใส
การประปานครหลวง มีการทำงานภายใต้เป้าหมายคือ การเป็นองค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในระดับแนวหน้าสุดของกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ให้บริการงานประปา โดยยึดหลักยุทธศาสตร์ 6 ด้านจำแนกเป็นมุมมองตามหลักการ Balanced Scorecard (BSC) และแนวทางบริหารจัดการสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ (EVM) ได้แก่
ยุทธศาสตร์ด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Strategic) ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ Stakeholder ซึ่งคำว่า"ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในที่นี้ จะหมายรวมถึงทุกภาคส่วนทั้งที่เป็นบุคคล หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ การประปานครหลวง มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล
ยุทธศาสตร์ด้านการเงิน (Financial Strategic) สร้างมูลค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ (EP : Economic Profit) โดยสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ยุทธศาสตร์ด้านลูกค้า (Customer Strategic) ให้บริการน้ำประปาที่สะอาด อย่างทั่วถึง เพียงพอ สร้างความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากล
ยุทธศาสตร์ด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Strategic) ผลิตและส่งน้ำด้วยมาตรฐานสูงอย่างมั่นคง เพียงพอ และยั่งยืน โดยมุ่งเน้นลูกค้า การตลาด และการบริการที่เป็นเลิศ ด้วยการบริหารจัดการกระบวนการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
ยุทธศาสตร์ด้านการเรียนรู้และพัฒนาองค์กร (Learning and Growth Strategic) ยกระดับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถองค์กร
ยุทธศาสตร์ด้านธรรมาภิบาล (Corporate Governance Strategic) ยกระดับการบริหารจัดการที่ดี ด้วยหลักธรรมาภิบาล ๖ ประการ ประกอบด้วย การมีส่วนร่วม (Participation) หลักนิติธรรม (Rule of Law) ความโปร่งใส (Transparency) ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงาน (Accountability) ต่อต้านการคอร์รัปชั่น (Anti – Corruption) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency & Effectiveness) เป็นฐานบริหารจัดการทั้งองค์กร สอดแทรกสู่ทุกกระบวนงาน
102 ปี การประปานครหลวงไทย
ทั้งนี้ การประปานครหลวงได้เริ่มก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ.2452 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ประกาศพระบรมราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมศสุขาภิบาลจัดการที่จะนำน้ำมาใช้ในพระนครตามแบบอย่างที่สมควรแก่ภูมิประเทศการที่จะต้องจัดทำนั้นคือ 1. ให้ตั้งทำที่น้ำขังที่คลองเชียงราก แขวงเมืองปทุมธานี อันเป็นที่พ้นเขตน้ำเค็มขึ้นถึงทุกฤดู 2.ให้ขุดคลองแยกจากที่ยังน้ำนั้นเป็นทางน้ำลงมาถึงคลองสามเสนฝั่งเหนือ ตามแนวทางรถไฟ 3. ตั้งโรงสูบขึ้น ณ ที่ตำบลนั้น สูบน้ำขึ้นยังที่เกรอะกรองตามวิธีให้น้ำสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากสิ่งซึ่งจะเป็นเชื้อโรคแล้วจำหน่ายน้ำไปในที่ต่างๆ ตามควรแก่ท้องที่ของเขตพระนคร
โดยมีชื่อเรียกในครั้งนั้นว่า การประปากรุงเทพฯ มีกรมสุขาภิบาล กระทรวงนครบาลเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงาน กิจการประปาได้ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ จากที่เคยจำหน่วยเฉพาะในเขตพระนคร ได้ขยายการจำหน่ายไปยังฝั่งธนบุรี โดยวางท่อตามแนวสะพานพุทธยอดฟ้าไปยังถนนประชาธิปกและสมเด็จเจ้าพระยาต่อมาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานพุทธยอดฟ้าถูกระเบิดทำลาย เป็นเหตุให้ท่อประปาที่วางไว้เกิดชำรุดเสียหายไปด้วย ทำให้การจ่ายน้ำย่านฝั่งธนต้องหยุดชะงัก เทศบาลนครธนบุรีจึงได้เริ่มกิจการประปาของตนเอง โดยขุดเจาะบ่อบาดาลให้บริการน้ำ
ต่อมาได้มีการรวมและโอนกิจการประปาไฟฟ้าให้เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยรัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติการประปานครหลวง ให้โอนกิจการประปากรุงเทพ กรมโยธาเทศบาล การประปานนทบุรี การประปาเทศบาลนครธนบุรี และประปาเทศบาลสมุทรปราการ รวมเป็นกิจการเดียวกัน เรียกว่า การประปานครหลวง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2510 ประธานกรรมการการประปานครหลวง ท่านแรก คือ พล.อ.ประภาศ จารุเสถียร และแต่งตั้ง อธิบดีกรมโยธาเทศบาล นายดำรงค์ ชลวิจารณ์ เป็นผู้ว่าการการประปานครหลวง