
ราชภัฏนครฯ เสริมแกร่ง โปรยงบ 289 ล้าน ขึ้นกลุ่มอาคารเรียนอเนกประสงค์ รับปีที่ 55
55 ปี ราชภัฏนครศรีธรรมราช อัดงบ 289 ล้านสร้างกลุ่มอาคารเรียนอเนกประสงค์ มุ่งเสริมศักยภาพนศ. สู่บัณฑิตคุณภาพ เผยโครงการดังกล่าวรุดหน้าแล้ว 10 % คาดเสร็จปลายปี 56 พร้อมเปิดวิชั่นวอนรัฐฯสร้างบทบาทยื่นมือช่วยการศึกษาไทยรับมืออาเซียน
นายสุรพล เรืองรอง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช (มรภ.)นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในโอกาสสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบปีที่ 55 สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็นเลิศทางศิลปวัฒนธรรม เป็นผู้นำการพัฒนาท้องถิ่น ทางราชภัฏนครฯ จึงเสริมความแกร่งด้านการศึกษาซึ่งในปี 2555 เป็นปีเริ่มต้นที่ราชภัฏนครฯ จะดึงจุดเด่นด้านงานวิชาการมาพัฒนาต่อ และพัฒนาให้ถูกต้อง ตรงตามหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ทั้งนี้เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่สังคมและสามารถประกอบอาชีพในอนาคต ตลอดจนเป็นบุคลากรที่ดีและเป็นประโยนชน์ต่อสังคม
นอกจากนี้ ราชภัฏนครฯยังมีโครงการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมด้านความรู้ การศึกษา กิจกรรม ให้แก่นักศึกษาเพื่อเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนให้ความรู้ ความสามารถของนักศึกษาวัดระดับคุณค่าได้เทียบเท่าสากล โดยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2554 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณ 289 ล้านบาท ให้แก่ราชภัฏนครฯ ในการริเริ่มก่อสร้างโครงการ “ก่อสร้างกลุ่มอาคารเรียนอเนกประสงค์ เสริมสร้างสมรรถนะครูพันธุ์ใหม่ พร้อมครุภัณฑ์จำนวน 1 อาคาร”
การก่อสร้างโครงการ “ก่อสร้างกลุ่มอาคารเรียนอเนกประสงค์ เสริมสร้างสมรรถนะครูพันธุ์ใหม่ พร้อมครุภัณฑ์จำนวน 1 อาคาร” เนื่องจากทางภาครัฐและราชภัฏนครฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบูรณาการและพัฒนาศักยภาพ ทักษะ ความสามารถ และเสริมประสิทธิภาพของนักศึกษาทุกคน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ สู่การประกอบอาชีพในสังคม และการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 อีกทั้งเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและรองรับในส่วนของจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในขณะนี้ราชภัฏนครฯมีจำนวนนักศึกษาทั้งหมดกว่า 11,000 คน และมีเกณฑ์ที่จะมีนักศึกษาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการก่อสร้างดังกล่าวแบ่งออก 4 ส่วนซึ่งประกอบด้วย ส่วนที่ 1 กำหนดเป็นโครงการก่อสร้างในรูปแบบหอประชุมและวิทยาศาสตร์การกีฬา รูปแบบ 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นพื้นที่เกี่ยวกับสถานที่ในการทำกิจกรรมกีฬาในร่มให้แก่นักศึกษา และชั้นที่ 2 เป็นหอประชุมที่เต็มไปด้วยระบบแสง สี เสียง แอร์ ที่สามารถรองรับในส่วนของการรับปริญญาบัตรได้ โดยมีความจุทั้งหมดประมาณ 2,500 ที่นั่ง ส่วนที่ 2 โครงการก่อสร้างอาคารสระว่ายน้ำเพื่อส่งเสริมการแข่งขันด้านกีฬาและสุขภาพ 50 เมตร ส่วนที่ 3 โครงการอาคารเรียนอเนกประสงค์ เป็นทั้งส่วนอาคารเรียนรวม หอประชุม และโรงละคร ความจุ 500 ที่นั่ง ส่วนที่ 4 โครงงการก่อสร้างและปรับปรุงสนามกีฬา ในส่วนของสนามกรีฑาลู่วิ่ง, สนามฟุตบอล, สนามเทนนิส, สนามบาสเกตบอล และสนามตะกร้อ
ปัจจุบัน จากภาพรวมทั้งหมดของโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าแล้วกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ โดยบริษัทผู้รับเหมาสามารถส่งมอบงานได้เพียง 2 งวด จากทั้งหมด 24 งวด ทั้งนี้การก่อสร้างที่ล่าช้านั้นเนื่องมาจากสาเหตุของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่ประสบกับปัญหาวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้น จึงส่งผลในด้านของแรงงานขาดแคลน โดยก่อนหน้านี้ได้กำหนดระยะเวลาในการก่อสร้างโครงการทั้งหมดประมาณ 600 วัน ซึ่งล่าช้ามาประมาณ 150 วัน โดยราชภัฏนครฯ คาดการณ์ว่าการก่อสร้างทั้ง 4 ส่วนจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2556
สำหรับหลักสูตรการศึกษาในขณะนี้ราชภัฏนครฯ ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาในการให้ความรู้เป็นพิเศษ ได้แก่ หลักสูตรเกี่ยวกับวิชาภาษาต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบของการฟัง พูด อ่าน เขียน ทั้งนี้ เนื่องจากทางราชภัฏนครฯเป็นมหาวิทยาลัยในส่วนของภูมิภาคมีจุดอ่อนในด้านของภาษาต่างประเทศอีกทั้งราชภัฏนครฯเล็งเห็นว่า ณ ปัจจุบันภาษาต่างประเทศ นับว่าเป็นภาษากลางที่สำคัญที่คนในสังคมส่วนใหญ่ใช้ในการสื่อสารเพื่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อการติดต่อสื่อสารการค้า การลงทุน การสร้างความสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเสริมจุดแข็งให้แก่นักศึกษาด้านภาษาต่างประเทศ เพื่อนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้และเป็นที่ยอมรับในสังคม ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาในมหาวิทยลัยเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 อีกด้วย
ทั้งนี้ ด้านสภามหาวิทยาลัยได้เห็นชอบและมีการอนุมัติในการจัดตั้งสถาบันอุษาคเนย์ เพื่อรองรับและส่งเสริมเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอนด้านภาษาต่างประเทศ ซึ่งในปี 2555 ราชภัฏนครฯจะเริ่มดำเนินการกิจกรรมส่งเสริมทางด้านภาษาต่างประเทศให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว ตลอดจนเป็นการฝึกทักษะเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศให้แก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัย
ปัจจุบัน ราชภัฏนครฯ มีจำนวนนักศึกษาภาคปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ประมาณ 11,000 คน ประกอบปริญญาตรี 50 หลักสูตร ปริญญาโท 2 หลักสูตร ปริญญาเอก 1 หลักสูตร ประกอบด้วยทั้งหมด 5 คณะ ดังนี้ คณะครุศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์, คณะวิทยาการจัดการ และคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และขณะนี้เริ่มนำร่องจัดตั้งโครงการบัณฑิตศึกษา โดยผ่านการเห็นชอบและอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ราชภัฏนครฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า แนวโน้มการศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบันหากมีการกำหนดมาตรฐานของระบบการศึกษาไทยที่ทัดเทียมกันในทุกส่วนของภูมิภาค ทุกหน่วยงาน เชื่อว่าจะสามารถยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพได้ ทั้งนี้ หากรัฐบาลให้ความสำคัญในการเข้ามามีบทบาทและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการศึกษาไทย ในการกระจายงบประมาณเพื่อการพัฒนาส่งเสริม ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ในส่วนของภูมิภาคเชื่อว่าการศึกษาของเยาวชนไทยจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถทัดเทียมการศึกษาในระดับสากลได้
กระทรวงศึกษาธิการ มองว่าทิศทางการศึกษาในปี 2555 กระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรหลักที่ทรงประสิทธิภาพในการผลิตและพัฒนาทรัพยากรบุคลากรของชาติ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดี สร้างความมั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมให้กับประเทศ ด้วยฐานความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของประเทศ โดยจะพัฒนา ยกระดับและจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่งคั่งและมั่นคง เพื่อเป็นบุคลากรที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม
ช่วงเวลาในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้และกระบวนการเรียนการสอนให้ทัดเทียมอารยะประเทศ ด้วยการบริหารจัดการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งสู่เป้าหมายของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับศักยภาพในการทำงานให้กับบุคลากรคนไทย ให้แข่งขันได้ในระดับสากล จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 2 ปี แรก หมายถึง พ.ศ. 2555-2556 (2012-2013) และ 2 ปี หลัง หมายถึง พ.ศ. 2557-2558 (2014-2015) (AEC 2015)
แบ่งเป็น 9 ยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อาทิเช่น การปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน/ประชาคมโลก ยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานศึกษาและองค์ความรู้, ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมืออุปกรณ์, ยุทธศาสตร์การพัฒนาครูทั้งระบบ, ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพผู้เรียน, ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีงานทำ ฯลฯ
ด้านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เผยถึง ทิศทางการจัดการศึกษาของสพฐ. ที่จะสนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการว่า งบประมาณปี 2555 ที่ สพฐ.เสนอขอไป คือ 269,827,769,700 บาท เป็นงบบุคลากร 198,972 ล้านบาท งบดำเนินงาน 17,347 ล้านบาท งบลงทุน 9,129 ล้านบาท งบอุดหนุน 43,846 ล้านบาท งบรายจ่ายอื่น 532 ล้านบาท พัฒนาส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม และมีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และพัฒนาสู่คุณภาพระดับสากล โดยในปี 2555 สพฐ.มี 4 แผนงาน 6 ผลผลิต 8 โครงการเพื่อพัฒนาและยกระดับการศึกษาไทย