พาณิชย์เตือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ล่อผู้ส่งออกออกระบาดจูงใจโอนเงินให้ก่อนส่งสินค้า
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพทำงานกันเป็นทีม คล้ายกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทางโทรศัพท์หลอกลวง-หลอกล่อผู้ประกอบการคนไทยให้หลงเชื่อเป็นเหยื่อ ทำให้เกิดความเสียหายในรูปของเงินและสินค้า โดยแก๊งลักษณะนี้จะมีข้อเสนอที่มีมูลค่าสูงจูงใจและเร่งเร้าให้ตัดสินใจภายในระยะเวลาอันสั้น อาทิ ไม่ต้องดูแบบหรือคุณภาพสินค้า หรือ จะโอนเงินค่าสินค้าให้ก่อน แล้วแจ้งให้ไปขึ้นทะเบียนบริษัทของท่านในองค์กรที่อุปโลกเป็นแก๊งโกงเดียวกัน เป็นต้น กรมฯจึงขอเตือนมายังนักธุรกิจ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้า โปรดตรวจสอบคู่ค้าให้ชัดเจน อย่าให้ความโลภครอบงำ จนลืมนึกถึงหลักการค้าขายทำธุรกิจขั้นพื้นฐาน เพื่อไม่ต้องเสียรู้ เสียเงินและเจ็บใจ
“หากสงสัยควรติดต่อสอบถาม หรือ ตรวจสอบสถานะคู่ค้าก่อน ซึ่งติดต่อได้หลายหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยถ้าอยู่ในประเทศไทย ติดต่อ หอการค้า สถานทูต(กงสุล) พันธมิตรทางการค้า หรือ หากอยู่ในต่างประเทศตรวจสอบได้ที่ หอการค้า หรือ 65 สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(สคร.)ที่กระจายอยู่ ทั่วโลก ของกรมส่งเสริมการส่งออก ยินดีให้บริการ” นางนันทวัลย์ กล่าว ขณะที่นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการส่งออก และอดีตผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในแถบแอฟริกาและตะวันออกกลาง กล่าวว่า เมื่อมีข้อเสนอจากผู้ซื้อที่ไม่คุ้นเคยและมีข้อเสนอที่ใจดีเกินเหตุ ต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่า ทำการค้าแบบไม่สุจริตใจไว้ก่อน วิธีการหนึ่งที่จะตรวจสอบได้ไปพร้อมๆ กับการไม่ปฏิเสธผู้ซื้อ คือ การชำระเงินให้ชำระผ่านระบบธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เช่นนี้มีการสอบถามเข้ามาที่กรมฯอย่างต่อเนื่อง และเกรงว่าจะเพิ่มความถี่มากขึ้น ซึ่งจะไม่เป็นผลดีแล้วเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของประเทศได้“จากประสบการณ์ที่เป็นทูตพาณิชย์เกือบสิบปีในประเทศแถบแอฟริกานั้น สามารถให้ธนาคารของประเทศที่สามที่น่าเชื่อถือเป็นผู้ออกแอลซีรับรอง หรือ ธนาคารท้องถิ่นในประเทศแถบนี้จะมีธนาคารจากยุโรปที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น บาร์เคลย์, สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ ก็มีสำนักงานสาขาในหลายประเทศในแอฟริกาตั้งอยู่ ขณะที่หลายประเทศมีระบบการเงินการธนาคารที่เป็นมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับนานาประเทศแล้วเช่นกัน”นายสมเด็จ กล่าวเสริมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นที่แอฟริกาเท่านั้น แต่หมายถึงเกิดขึ้นที่ใดในโลกนี้ก็ได้ หากทำการค้าไม่มีการตรวจสอบข้อมูลรอบด้าน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ล่าสุดในแอฟริกา เท่าที่ได้รับรายงานการค้าในหลายประเทศยังมีการขยายตัวได้ตามปกติ ยกเว้น ลิเบียกับอียิปต์ที่มีปัญหาภายใน แต่ในช่วงตั้งแต่เมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมาอียิปต์เริ่มมีคำสั่งซื้อกลับเเข้ามา และเชื่อว่าหากสถานการณ์คลี่คลายแล้ว คำสั่งซื้อของทั้ง2ประเทศจะกลับคืนมาเช่นเดิม ทั้งนี้สินค้าบางส่วน โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นจะถูกชดเชยการส่งออกที่ลดลงไป โดยการนำเข้าผ่านประเทศข้างเคียง สำหรับสถานการณ์การส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก(มกราคม-มิถุนายน 2554) มีการส่งออกไปแอฟริกา 3,633 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ขยายตัวกว่า 17% เฉลี่ยมูลค่าการส่งออกไทยไปยังแอฟริกาปีละประมาณ 7,000 ล้านบาทเหรียญสหรัฐฯ สำหรับปีนี้ตั้งประมาณการส่งออกไทยไปยังแอฟริกาน่าจะถึง 7,500 – 7,700 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดหลักที่ยังคงมีมูลค่าการสูงเรียงตามลำดับ คือ แอฟริกาใต้ ไนจีเรีย อียิปต์ เคนย่า กาน่า มอรีเซียส แองโกลา โมซัมบิก แทนซาเนีย เป็นต้น สินค้าสำคัญ คือ ข้าว มีมูลค่าสูงถึง 1,230 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวกว่า 25 % รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์ยาง เหล็กและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น