
IT ไทยยอดขายพุ่ง 33 ล้านเครื่อง
บริษัท เออาร์ไอพี เผยยอดขายสินค้า IT ประเทศไทยปีนี้พุ่งจากปีที่ผ่านมา สมาร์โฟนและแท็บเล็ตครองตลาด สอดรับนโยบายภาครัฐ
นายปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงตัวเลขการจำหน่ายสินค้า IT ในประเทศไทย และนโยบายภาครัฐในการสนับสนุนเด็กปฐม โดยนโยบายแรก คือแท็บเล็ตสำหรับเด็กปฐม ถ้านโยบายดังกล่าวเกิดจริง คาดว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในตลาด IT ขณะนี้ สมาร์ทโฟนปีนี้ยอดพุ่งถึง 33 ล้านเครื่อง ของเดิมในตลาดมีไม่ต่ำกว่า 3 พันเครื่อง สรุปสมาร์ทโฟนมีประมาณ 6 ล้านเครื่อง ดังนั้นแท็บเล็ตปีนี้คาดว่าจะมียอดจำหน่ายได้ประมาณ 3 แสนเครื่อง และมีหมุนเวียนอยู่ในตลาดประมาณ 2 แสนเครื่อง รวมทั้งหมดคาดว่าประมาณกว่า 5 แสนเครื่อง
ปัจจุบันทางบริษัทจะเน้นกลุ่มตลาดภายในประเทศเป็นหลัก แต่ยืนยันว่าต่อจากนี้ไปได้ตั้งเป้าที่ตลาดโลกอย่างแน่นอน อันเนื่องจากทางบริษัทได้มีการพัฒนาใน App. ที่สามารถรับสายได้ทั่วโลก โดยตลาดแท็บเล็ตมีตัวแปลความเป็นไปได้อยู่ 2 อย่างคือ ตลาดแท็บเล็ตโตขึ้น โดยเป้าที่ตั้งไว้คือ 3 แสนเครื่อง หรืออาจจะมีโอกาสชะลอตัว เพราะการที่แต่ละค่ายออกมาประกาศว่าจะมีรุ่นใหม่เข้ามาแข่งขันในเรื่องของราคา ซึ่งในกลุ่มลูกค้าหรือผู้บริโภคอาจมีการท่าทีในการชะลอตัว โดยถ้าผู้บริโภคมีการชะลอตัว ทางบริษัทอาจได้รับผลกระทบดังกล่าว
ในเรื่องของค่าแรง 300 บาท ไม่เป็นปัญหา เพราะสินค้า IT จะสวนทางกับค่าครองชีพมาโดยตลอด สังเกตได้จากราคาโน้ตบุ๊คในงานคอมมาร์ทเมื่อหลายปีที่ผ่านมานี้มีราคา 3-4 หมื่นบาท/เครื่อง ในขณะเดียวกันจะเห็นว่าราคาจะปรับลงเรื่อยๆ ล่าสุดราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 23,000 บาทเท่านั้น
ปัจจุบันมีการปรับตัวคือเดสก์ท็อป และการเพิ่มในเรื่องของคุณสมบัติการใช้งานให้กับลูกค้า ซึ่งแต่ละแบรนด์ได้ทำอยู่แล้ว ตอนนี้ที่ต้องจับตาดูคือโน้ตบุ๊คยังเป็นหลัก ส่วนสินค้าที่คาดว่าจะชะลอ อาจจะเป็นแท็บเล็ต และคาดว่าจะมีการเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟน ซึ่งภายในปีนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นปีทองของสมาร์ทโฟน โดยดูได้จากข่าวผลประกอบการของ Apple แม้ว่า ipad จะมีกระแสมากในช่วงนี้ แต่ตัวทำรายได้ให้ Apple ยังเป็น i-phone 4 ปีนี้ยืนยันได้ว่า Apple แซง ไมโครซอฟท์ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดของสินค้าเปลี่ยนทิศทาง เนื่องจากนี้จะเข้าสู่ยุคที่เป็นไลฟ์สไตล์ที่แท้จริง สินค้าที่จะเข้ามาในช่วงปลายปี เห็นได้ชัดเจนก็คือแท็บเล็ต
อันดับสินค้า IT
อันดับที่ 1 โน้ตบุ๊ค อันดับที่ 2,3 สมาร์ทโฟน vs แท็บเล็ต อันดับที่ 4 อุปกรณ์เสริม
เพราะหากลูกค้าซื้อฮาร์ดดิสมาแล้ว ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานได้มากยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งตัวที่ไม่ได้เน้นอะไรมากมาย นั่นคือกล้องดิจิตอลยังคงติดอันดับสูงอยู่
ส่วนโน้ตบุ๊คที่ประมาณไว้คือ 2 ล้านเครื่อง ปรับขึ้นเป็น 2,500,000-2,600,000 เครื่อง อันนี้ข้อมูลอ้างอิงจาก ICTจากหลายสำนักรวบรวมข้อมูลและประเมินแท็บเล็ต คือจาก 200,000 ปรับขึ้นเป็น 300,000 เครื่อง
สุดท้ายสมาร์ทโฟน ทะลุ 3 ล้านเครื่อง ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่สัดส่วนของสมาร์ทโฟนขยับขึ้นมา ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมาก สังเกตให้ดี แต่ละเจ้าหันมาทำโปรโมชั่นตัวนี้กันมากขึ้น ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 3,200 ร้อยล้านบาท
นายปฐมยังได้กล่าวถึงภาครัฐว่า รัฐบาลควรมองให้หลายมิติ ถ้ามองแค่มิติเดียว จะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าจะทำแท็บเล็ต PC ขึ้นมาหนึ่งเครื่อง อย่าคิดว่ามันคือฮาร์ดแวร์หนึ่งอัน และ ICT ก็คุยกันเองภายใน ICT บอกได้เลยว่าไม่ใช่ ต้องคุยกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะว่าถ้าทำแท็บเล็ตต้องมีคอนเทนต์ พอมีคอนเทนต์แล้วมีอะไรในการจดเรื่องของลิขสิทธิ์ เรื่องของการส่งเสริม นอกเหนือจากนี้ต้องคุยอีกมาก
การตั้งนโยบายมา ต้องดูที่โครงสร้างพื้นฐานว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องขยายเพิ่มเติมหรือไม่ แล้วเมื่อใช้งานจะต้องต่ออินเทอร์เน็ตหรือไม่ แล้วจะต่อรูปแบบไหนอย่างไร บุคลากรมีความพร้อมไหม ต้องเอาแท็บเล็ตให้เด็กปฐม ซึ่งเชื่อได้เลยว่าไม่มีปัญหาในการใช้ เพราะเขาโตมากับเทคโนโลยี ครูผู้สอนพร้อมหรือไม่ จะต้องปรับต้องฝึกอะไรอีกมาก เพราะฉะนั้นต้องมองให้ครบ ให้รอบด้าน คือ 1.มีเครื่องแล้ว 2.จะทำอย่างไรกับเครื่อง ตรงนี้จะต้องใช้เวลา
ทั้งนี้ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยคือ เราไม่เคยตามสิ่งที่คนเก่าๆ ทำ พอไม่ตามก็ทำให้เกิดการรื้อสัมปทาน เพราะไม่เชื่อว่าสิ่งที่คนเก่าๆ ทำถูกต้องและดีอยู่แล้ว ฉะนั้นจะมีผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน เพราะคนที่จะมาลงทุน พอเตรียมทุกอย่างพร้อมก็เปลี่ยนรัฐบาล โดนค่าปรับค่าสัมปทานในเชิงธุรกิจ ไม่สนุก เพราะฉะนั้นคุณต้องเอาเรื่องเก่าที่คนเก่าๆ ทำต่อ และเลิกมองอดีตแต่ให้มองอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าจะทำอะไร
ปัจจัยลบจากภัยธรรมชาติยังไม่มีในตอนนี้ ส่วนผลกระทบจากยุโรปเชื่อว่าเริ่มชินแล้ว เรามีภูมิคุ้มกันพอสมควร ปัจจัยลบแรงๆ ยังไม่เห็น ตัวเลขที่ประมาณการ 24 เปอร์เซ็นต์ เป็นไปได้สูงมากๆ อุตสาหกรรม IT ในปีนี้โตทั้งระบบแน่นอน และเป็นการเติบโตที่แข่งแรงและก็ดีมากๆ สำหรับอนาคต 3G แนวโน้มดีขึ้น รอแค่มีฐานที่คลอบคลุมเท่านั้น