
ปธ.อุตฯอลูมิเนียมชี้อนาคตใส ดันธุรกิจอสังหา-ยานยนต์บูม คาดปีนี้ทำยอดผลิตพุ่งกว่า20 เปอร์เซนต์
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม เผยอนาคตอลูมิเนียมไทยสดใส ภาคอุตสาหกรรมปลายน้ำแห่ขยายไลน์ผลิต ผลักดันยอดวัตถุดิบอลูมิเนียมพุ่งต่อเนื่อง คาดปีนี้ขยายตัว 20% รับเศรษฐกิจไทยและตลาดโลกขยายตัว
นายศุภชัย หล่อวณิชย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการโรงงาน บริษัท อลูคอน จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ไดนามิค อินดัสตรี้ ถึงสภาวการณ์ของอุตสาหกรรมอลูมิเนียมว่า อลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีความสำคัญอย่างมาก และการใช้โลหะอลูมิเนียมในปัจจุบันนั้น ยังมีแนวโน้มในการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือได้ว่าเป็นโลหะที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากเป็นที่สองรองจากโลหะเหล็ก
ด้วยคุณสมบัติมากมาย ทำให้อลูมิเนียมกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ไปโดยปริยาย ด้วยความที่เป็นโลหะที่ไม่เกิดสนิมได้ง่าย และมีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นทางเลือกสำหรับนักออกแบบทางด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ ข้อเด่นที่ทำให้อลูมิเนียมเป็นที่นิยมใช้กว้างขวาง นั่นก็คือการนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วนำมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้ ซึ่งในขณะนี้อุตสาหกรรมอลูมิเนียมทั่วโลกพยายามที่จะใช้วัตถุดิบที่เป็นผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมที่ใช้แล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และเป็นการช่วยลดพลังงานได้อย่างมาก เพราะการหลอมอลูมิเนียมที่ใช้แล้วจะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ 95 ของพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตโลหะอลูมิเนียมจากวัตถุดิบที่เป็นสินแร่
ประมาณการว่าภายในอีก 2 ปี การผลิตอลูมิเนียมในทวีปเอเชียนั้น มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่าล้านตัน เนื่องมาจากปัจจัยอย่างเช่น อุตสาหกรรมรถยนต์และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวชี้นำที่สำคัญในการพุ่งสูงขึ้นของยอดการผลิต ส่วนหนึ่งมาจากการที่ฐานการผลิตหลักของอุตสาหกรรมรถยนต์นั้นอยู่ภายในประเทศ หากพิจารณาแล้วไม่ว่าจะเป็น ระบบเครื่องยนต์ ลูกสูบ หม้อน้ำ ตัวถัง ช่วงล่าง รวมไปถึงโครงสร้างต่างๆ ล้วนเป็นส่วนประกอบที่นำอลูมิเนียมมาเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของกระบวนการผลิตในปัจจุบัน
โดยสถานการณ์ภาคการเติบโตของอุตสาหกรรมโลหะอย่างอลูมิเนียมนั้น นับว่ามีการขยับตัวของกำลังการผลิตในแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูจากตัวเลขจำนวนการผลิตอลูมิเนียมในปีที่แล้ว รวมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 26 ล้านตัน ซึ่งไม่รวมประเทศจีนและเกาหลีใต้ ทั้งนี้จากแนวโน้มของการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ คาดว่าปี พ.ศ.2554 กำลังการผลิตอลูมีเนียมของโลกจะเพิ่มสูงขึ้นรวมประมาณ 27 ล้านตัน และ 28 ล้านตันในปีต่อไป
สำหรับปัจจุบัน ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกโลหะอลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในโลก ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจ เพราะเนื่องมาจากการที่ปัจจุบัน จีนมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอลูมิเนียมอย่างรวดเร็วมาก และขณะนี้ประเทศจีนมีกำลังในการผลิตอลูมิเนียมเป็นจำนวนมากถึงเกือบ 13 ล้านตัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นจำนวนเกือบครึ่งของจำนวนการผลิตอลูมิเนียมทั้งหมดของโลก และคาดว่าในปี พ.ศ.2555 กำลังการผลิตของประเทศจีนจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 14.4 ล้านตัน จากการที่จีนมีความต้องการใช้โลหะอลูมิเนียมเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นในแต่ละปีทำให้ต้องมีการสำรวจและพัฒนาแหล่งแร่ Bauxite ภายในประเทศอยู่เสมอ
อุตสาหกรรมอลูมิเนียมโดยทั่วไป สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ การถลุงอลูมิเนียม ทั้งจากสินแร่ และอีกประเภทหนึ่งคือ การนำโลหะอลูมิเนียมที่ใช้แล้วนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการใหม่อีกครั้ง กระบวนการดังกล่าวถือเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่สำคัญและส่งผลเกี่ยวเนื่องต่อภาคการผลิตอลูมิเนียมในอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำ และอุตสาหกรรมปลายน้ำ ในรูปแบบของการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีรูปทรงต่างๆ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ ภาชนะเครื่องครัว เป็นต้น
สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอลูมิเนียมในประเทศไทย ในปัจจุบันยังไม่มีการถลุงอลูมิเนียม เนื่องจากขาดแหล่งสินแร่ Bauxite และราคาพลังงาน เช่น ไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ มีราคาสูง ดังนั้นวัตถุดิบต้นทางของการผลิตในไทยจึงเริ่มจากการนำเศษอลูมิเนียมมาหลอมเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปในรูปของแท่งแบน และแท่งยาว ซึ่งนำสิ่งที่เหลือใช้จากการใช้งานนั้น นำกลับมาผ่านกระบวนการในการผลิตเบื้องต้นอีกครั้งหนึ่ง
ดังนั้นการที่จะผลิตอลูมิเนียมในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการนำเข้าอลูมิเนียมจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบ เช่น อลูมิเนียมที่ยังไม่ขึ้นรูป คิดเป็นปริมาณ 488,766 ตัน ซึ่งก่อนนี้ประเทศไทยนำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน รองลงมาคือเศษอลูมิเนียม ปริมาณ 94,553 ตัน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามากที่สุดคือ แผ่นอลูมิเนียม ซึ่งมีการนำเข้าถึง 130,068 ตัน ซึ่งนำเข้าจากประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่
“ราคาในตลาดโลกก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตอลูมิเนียมในประเทศ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ราคาโลหะอลูมิเนียมในตลาดโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วง 2 ถึง 3 ปีนี้ ค่อนข้างที่จะมีการผันผวนอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของตลาดและกำลังการผลิตอลูมิเนียมที่ไม่สอดคล้องกัน ส่งผลให้เกิดการผันผวนของราคาเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายศุภชัยกล่าวและว่าคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาการผันผวนของราคาโลหะอลูมิเนียมในตลาดโลกนั้น บางส่วนมาจากการเก็งกำไรของผู้ค้าและกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิต เมื่อความต้องการของโลหะอลูมิเนียมในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น บรรดากลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตรายใหญ่ต่างๆ จะชะลอการผลิตลง เพื่อให้ราคาของอลูมิเนียมนั้นพุ่งสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด
ไม่ใช่แต่เฉพาะภาคอุตสาหกรรมโลหะอลูมิเนียมเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการผันผวนของราคาในตลาดโลกเท่านั้น ภาคอุตสาหกรรมโลหะชนิดอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ประสบปัญหาในเรื่องของราคาเช่นกัน ทั้งในอุตสาหกรรมทองแดง นิเกิล หรือแม้แต่อุตสาหกรรมเหล็ก ที่เป็นอุตสาหกรรมโลหะที่ใหญ่ที่สุดของโลกก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว ค่าเงินดอลล่าร์ที่อ่อนลง และปัญหาด้านราคาน้ำมัน เป็นส่วนที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมโลหะเกือบทั้งหมดเกิดการชะลอตัวได้
เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกผลิตภัณฑ์โลหะทุกชนิด ทางกลุ่มผู้ค้าและกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิต จึงต้องจับตามอง ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าใจและเตรียมพร้อมถึงการวางแผนรับมือต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับภาคอุตสาหกรรมในยุคโลกาภิวัตน์ขณะนี้
ราคาของอลูมิเนียมในตลาดโลกนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยยังมีการคาดการไว้ว่าภายในปี พ.ศ.2554 นี้ ราคาของอลูมิเนียมยังจะมีแนวโน้มที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกในปีนี้ และเป็นไปตามที่คาดการไว้ จะเห็นได้จากสภาวะการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องบิน และอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตขึ้นไปในทิศทางบวก ส่งผลให้อลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบที่สำคัญในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมดังกล่าว ขยายตัวพร้อมกันไปด้วย ส่งผลดีทั้งในทางตรงและทางอ้อมไปพร้อมๆ กัน
“นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับทิศทางและแนวโน้มของอุตสาหกรรมอลูมิเนียมในไทย ที่สภาวะการเติบโตของตลาดโลกมีแววที่จะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขับเคลื่อนในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับผลประโยชน์ดังกล่าวด้วย ทั้งนี้จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ บรรจุภัณฑ์ภายในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งขึ้น ด้วยเหตุที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ รายใหญ่ของภูมิภาค ยอดขายรถยนต์ที่สูงขึ้น ย่อมเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงปริมาณความต้องการวัตถุดิบอย่างอลูมิเนียมที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าภาคอุตสาหกรรมอลูมิเนียมในบ้านรา น่าจะมีการขยายตัวได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ภายในปีนี้” นายศุภชัย กล่าว