
อีซูซุ คว้าสถานประกอบการดีเด่นปี 54
ชูรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย พร้อมเร่งเพิ่มกำลังการผลิต รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ระดับสากล
กลุ่มบริษัท อีซูซุ (ประเทศไทย) ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีว อนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ด้วยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กำหนดให้มีการจัดประกวดสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี พ.ศ.2554 ในการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ หรือ SAFETY WEEK เป็นครั้งที่ 25 ที่ ไบเทค บางนา
รางวัลดังกล่าวที่ทางอีซูซุ ได้รับนั้น มีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ภาครัฐและภาคเอกชนเกิดจิตสำนึกในการจัดการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในปฏิบัติงานในสถานประกอบการต่างๆ และส่งเสริมให้พนักงานและกลุ่มผู้บริหารได้มีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกันในการพัฒนาองค์กรให้เป็นสถานประกอบการที่มีประสิทธิภาพในเรื่องของความปลอดภัย พร้อมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตของพนักงาน สุขภาพอนามัยที่มีผลอย่างมากต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งปัญหาเหล่านั้นอาจก่อให้เกิดเป็นปัญหากับธุรกิจขององค์กรได้
มร. ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุในประเทศไทย ในกลุ่มบริษัท อีซูซุ (ประเทศไทย) เผยข้อมูลถึงกระแสการตอบรับปิกอัพซูเปอร์อัจฉริยะ “อีซูซุดีแมคซ์ ซูเปอร์ ไททาเนียม” และรถอเนกประสงค์ “อีซูซุมิว-เซเว่น ซูเปอร์ ไททาเนียม” ของผู้ใช้รถในประเทศไทยเป็นไปอย่างดียิ่ง
สะท้อนให้เห็นถึง เทคโนโลยีใหม่สุดล้ำของอีซูซุ ทั้ง TITANIUM VISION ที่รวมระบบกล้องมองภาพด้านหน้ารถ Front View Camera และกล้องมองภาพด้านหลังรถ Rear View Camera รวมทั้งระบบ TITANIUM ENTERTAINMENT ระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบรุ่นใหม่ล่าสุดจาก KENWOOD สามารถเชื่อมต่อเทคโนโลยีทันสมัยได้หลากหลาย
“ไอ-จินนี่ เวอร์ชั่นใหม่” ระบบเพื่อนนำทางอัจฉริยะสุดไฮเทค ที่ฉลาดยิ่งขึ้น คือ มาตรฐานความยอดเยี่ยมของยานยนต์อัจฉริยะในวงการรถยนต์เมืองไทย ซึ่งผู้ใช้รถอีซูซุได้รับรู้ถึงความคุ้มค่าในด้านอรรถประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง
บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ และรถบรรทุกของหนัก มีสำนักงานใหญ่ในโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2548 อิซูซุ คือ ผู้ผลิตรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มากที่สุดในโลก โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองฟูจิซะวะ และยังมีที่ จังหวัดโทะจิงิ และ จังหวัดฮกไกโด อีกด้วย
ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุในประเทศไทยคือ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และมีบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุตามภูมิภาค ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และ มีโรงงานประกอบในประเทศไทย คือ อีซูซุ มอเตอร์ ( ประเทศไทย ) จำกัด โดยที่ตั้งของโรงงานจะอยู่ ที่ จังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดฉะเชิงเทรา
อีซูซุ ครองความเป็นจ้าวตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 19 ปี สาเหตุที่สำคัญเป็นเพราะ อีซูซุ เข้าใจตลาดรถเมืองไทย และทำตลาดได้ตรงตามความต้องการของคนไทยมากที่สุด จุดที่ทำให้ กระบะอีซูซุ ครองความเป็นผู้นำในตลาดนี้มายาวนาน เป็นเพราะ 1.เน้นเครื่องยนต์ที่ทนทาน ในขณะที่ยี่ห้ออื่น ไปเน้นด้านพลัง จนถึงระยะเวลาหนึ่ง อีซูซุ จึงได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องยนต์ของกระบะอีซูซุ ทนมากๆ ทำให้ประหยัดเงินในการซ่อมบำรุงต่างกับยี่ห้ออื่นมาก
2.เน้นเรื่องความประหยัดน้ำมันมาโดยตลอด แม้ในขณะที่เปิดตัว ราคาน้ำมันไม่ได้น่ากลัวเหมือนสมัยปัจจุบัน แต่อีซูซุ กลับเน้นการประหยัดน้ำมัน ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ ไปเน้น เรื่องความเร็ว ความแรง 3.มักเป็นผู้ริเริ่มในด้านตลาดรถยนต์กลุ่มนี้ เช่น เป็นกระบะจ้าวแรกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล
เป็นกระบะจ้าวแรกที่ทำแคป เป็นกระบะจ้าวแรกที่เอาเกียร์อัตโนมัติมาใช้ เป็นกระบะจ้าวแรกที่เอาเทอร์โบมาใช้ เป็นกระบะจ้าวแรกที่ทำกระบะขับเครื่อง 2 ล้อ ยกสูงจากโรงงาน นอกจากนี้ อีซูซุยังมีศูนย์บริการที่มีมากกว่าจ้าวอื่นๆ รวมถึงราคาอะไหล่ไม่แพง และใช้ได้ทน นานอีกด้วย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ถึงทิศทางการส่งออกรถยนต์ของไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2554 โดยมีประเด็นสำคัญคือ การส่งออกรถยนต์ครึ่งแรกปี 54 หดตัวร้อยละ 7.6 จากผลกระทบปัญหาชิ้นส่วนเป็นหลักสถิติการส่งออกรถยนต์ที่ออกมาล่าสุดพบว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 ไทยได้มีการส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศ 386,410 คัน หดตัวจากช่วงเดียวกันในปีที่แล้วถึงร้อยละ 7.6 (YoY) ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 ทำไว้ได้ 418,178 คัน โดยถ้าคิดเป็นรายเดือนแล้วจะยิ่งเห็นได้ชัดว่า เดือนที่การส่งออกรถยนต์ของไทยมีทิศทางหดตัวนั้น เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนและต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะการหดตัวที่รุนแรงถึงร้อยละ 48.5 ในเดือนพฤษภาคมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดส่งออกโดยรวมครึ่งปีแรกนั้นหดตัวลง
ซึ่งสาเหตุสำคัญของการหดตัวคงจะหนีไม่พ้นปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ อันเนื่องมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งรุนแรงในญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะค่ายรถญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนรวมกันสูงกว่าร้อยละ 90 ของการผลิตรถยนต์ในประเทศของไทย เป็นกลุ่มที่ได้รับกระทบค่อนข้างมาก ซึ่งค่ายรถที่มีนโยบายการสต๊อกวัตถุดิบคงคลังน้อย และจำเป็นต้องพึ่งชิ้นส่วนสำคัญจากญี่ปุ่น เช่น ชิ้นส่วนเทคโนโลยีที่หาทดแทนได้ยาก เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด