การจัดการกับความหลากหลาย...โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายประเทศในอาเซียน
คงต้องบอกว่าบรรดาประเทศในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศคงเริ่มนับถอยหลังสู่ความเป็นประชาคมที่จะเกิดขึ้นในอีกเพียง 4 ปีกว่าข้างหน้า ถึงแม้ในส่วนของภาคประชาชนส่วนใหญ่ยังอาจจะยังงงๆ อยู่ว่าหน้าตาของประชาคมที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร
ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่สุดของอาเซียนนับตั้งแต่การก่อตั้งในยุคสงครามเย็นกว่า 40 ปีที่แล้ว เป็นความพยายามที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดในการสร้างความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน
แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคำถามว่า 10 ประเทศอาเซียน ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยพร้อมแค่ไหนในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้
นักวิเคราะห์ไม่น้อยมองตรงกันว่า ความหลากหลายทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและสภาพเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในอาเซียนอาจจะเป็นจุดอ่อนสำคัญจุดหนึ่ง เว้นเสียแต่ว่าประเทศสมาชิกจะพยายามเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย
อย่างเช่นสิงคโปร์ทุกวันนี้มีรายได้ต่อหัวของประชากรสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียนโดยเฉลี่ยถึง 14 เท่า หรืออินโดนิเซียประเทศเดียวมีประชากรมากถึงร้อยละ 40 ของประชากรทั้งภูมิภาค
ถึงแม้ทั้ง 10 ประเทศในอาเซียนเมื่อรวมตัวกันแล้วจะมีประชากรมากกว่า 500 ล้านคน ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อย เป็นตลาดที่ใหญ่พอสมควร แต่ก็ไม่สามารถเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนและอินเดียได้
พูดง่ายๆ ก็คือ อาเซียนกำลังอยู่ใต้เงาของจีนและอินเดีย ซึ่งสองประเทศนี้มีประชากรรวมกันแล้วมีมากถึงกว่า 2,300 ล้านคน แถมยังเป็นสองประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้
เพราะฉะนั้นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศอาเซียนในฐานะประชาคมคือการจัดการกับความหลากหลายที่มีอยู่เพื่อที่จะสามารถสร้างประชาคมที่เป็นหนึ่งเดียวได้
อินเดีย จีนและเกาหลีใต้เป็นสามประเทศที่เป็นแบบอย่างสำหรับอาเซียน ทั้งสามประเทศนี้เคยล้าหลังทางเศรษฐกิจด้วยเหตุผลทางการเมืองและทางสังคมที่ต่างกัน แต่เพราะรัฐบาลสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศได้อย่างชัดเจน ก็ทำให้ประเทศเหล่านี้กลายเป็นเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าจนมีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลก
ที่สำคัญ ผู้นำในด้านต่างๆ ของประเทศเหล่านี้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และมีความแน่วแน่ในการผลักดันการปฏิรูปทางด้านเศรษฐกิจและสังคมท่ามกลางแรงเสียดทานจากทั้งภายนอกและภายใน
เกาหลีใต้อาจเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะประเทศนี้ต้องประสบกับวิกฤติการเงินอย่างหนักพร้อมๆ กับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ในช่วง “วิกฤติต้มยำกุ้ง” เมื่อ 14 ปีที่แล้ว แต่ก็สามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเพราะรัฐบาลยอมกัดฟันปรับโครงสร้างการบริหารเศรษฐกิจ ทุ่มงบประมาณทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยี
เพราะฉะนั้นโจทย์ที่ท้าทายอาเซียนก็คือจะกล้าเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่เพื่อทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความหลากหลายแค่ไหน