English News
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
ปรับค่าแรงไม่กระทบสิ่งทอมั่นใจศักยภาพ-ค้าปีหน้าโต
[Dynamic] - Big Name : ฉบับที่ ฉบับ 266 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2554

Loading image...

ปรับค่าแรงไม่กระทบสิ่งทอมั่นใจศักยภาพ-ค้าปีหน้าโต

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ มั่นใจอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยปีหน้าเติบโตแน่ ตลาดค้าส่งนำรายได้เข้าประเทศดี เหตุไทยมีการปรับตัวและมีศักยภาพการผลิตค่อนข้างสูง ระบุเรื่องปรับค่าแรงจึงไม่หน้าวิตก

นายวิวัฒน์ หิรัญพฤกษ์ ผู้จัดการศูนย์สร้างสรรค์องค์ความรู้แฟชั่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวถึงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในทุกด้าน และด้านที่ใหญ่ที่สุดคือการพัฒนาและส่งเสริมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยมีการส่งออก 3 แสนกว่าล้านบาท เป็นรายได้ 9.8 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ประเทศไทย

ในส่วนกิจกรรมที่จัดขึ้นช่วงนี้มีจุดประสงค์ที่จะพัฒนาและส่งเสริมนักออกแบบเพื่อตลาดค้าส่ง ซึ่งเป็นตลาดที่หลายคนมองข้าม โดยไม่คาดคิดว่าตลาดนี้จะเป็นโอกาสที่คนส่วนใหญ่เข้ามาสู่ธุรกิจ SME ซึ่งอาจจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในอนาคต นำเงิน-รายได้เข้าประเทศค่อนข้างดี คนต่างชาติหรือคนต่างจังหวัดเข้ามาซื้อแล้วนำเอาไปขายต่อ จำนวนไม่สูงมากและเป็นการที่จะสร้างธุรกิจให้ผู้ประกอบการที่กำลังจะเกิดใหม่ ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดี ยอดรวมอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี

ตัวเลขสิ่งทอช่วงครึ่งปีแรกได้เพิ่มให้เห็นแล้วถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ เป็นอัตราก้าวหน้าที่น่าสนใจ การขยายตัวต่างๆ อย่างเช่น ค่าแรงในประเทศจีน พบว่ามีค่าแรงสูงขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพมากขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีครบ คาดว่าปีหน้าจะขยายตัวต่อไปอีก

ในปัจจุบันทุกคนรู้ว่าปีหน้าที่จะถึงนี้ ตลาดเป็นอย่างไร เพราะในการผลิต ทางโรงงานจะต้องรับออเดอร์ล่วงหน้า 1 ปี ขณะนี้กำลังพูดถึงแฟชั่นปี พ.ศ.2555 ถ้าแฟชั่นปี พ.ศ.2555 มียอดออเดอร์เข้ามามาก แสดงว่ามีคนมองตลาดเราดี อย่างไรก็ดี ปีหน้าอุตสาหกรรมสิ่งทอเติบโตแน่นอน

การตลาดต้องแข่งขัน ตอนนี้ประเทศจีนถือเป็นคู่แข่งอันดับต้น เพราะประเทศจีนมีการส่งออกที่มากที่สุด ในส่วนอาเซียนมีด้วยกัน 10 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย พม่า สิงค์โปร ไทย และเวียดนาม แต่ประเทศไทยยังอยู่ในอันดับต้นๆ ที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง ที่สำคัญประเทศไทยยังป้อนวัสดุต้นน้ำให้กับประเทศหลายๆ ประเทศในอาเซียนอีกด้วย

ในเรื่องของอัตราค่าแรงคงต้องดูทิศทางของหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม เนื่องจาก 2องค์กรนี้เป็นองค์กรใหญ่และเป็นองค์กรเอกชน โดยมีระบบไตรภาคีที่จะพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของบอร์ดค่าจ้างกลาง ซึ่งเป็นการพิจารณาร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล นายจ้างและลูกจ้าง โดยมีหลักเกณฑ์และข้อมูลรองรับชัดเจน เช่น ค่าครองชีพของแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศและของโลก ซึ่งทุกฝ่ายยอมรับและใช้มานานนับ 10 ปีแล้ว แต่อย่างไรตามคงต้องตกลงกันก่อน ขอไม่ออกความคิดเห็นในเรื่องนี้

แต่ถ้าค่าแรงต้องขึ้นจริงๆ คิดว่าสิ่งที่ต้องเตรียมตัวในภาคอุตสาหกรรม คือต้องทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมแข็งขึ้น เพื่อสามารถที่จะพัฒนาและผลิตสินค้าให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น แฟชั่นที่ทันสมัยขึ้น ต้นทุนที่ถูกลง และประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าเก่า 

หากมีโอกาสจะฝากเรื่องพิจารณาถึงนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลชุดใหม่ คงจะฝากให้ช่วยสนับสนุนในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรภาคการศึกษาในประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องแฟชั่น หรือ สิ่งทอ ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้น แต่ที่จะต้องทำคือการพัฒนาบุคลากรให้ได้มาตรฐาน โดยการเสริมสร้างความสามารถตั้งแต่แรงงาน จนถึงทีมผู้บริหารต้องช่วยกันรณรงค์เปลี่ยนทัศนคติในเด็กสมัยใหม่ให้สามารถที่นำเอาความรู้ต่างๆ จากข้างนอกเข้ามา หรือเอาความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของเราออกไปทำธุรกิจให้สำเร็จ

 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ Free Site Counter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com