English News
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ สารการค้า
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
 
สสว.จับมือ อุตฯสิ่งทอ เร่งยกระดับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
[สารการค้า] - Big Name : ฉบับที่ ฉบับ 445 ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2554

 

Loading image...

สสว.จับมือ อุตฯสิ่งทอ เร่งยกระดับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

          ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร เผยผู้ประกอบการไทยยังขาดทักษะความคิดสร้างสรรค์ เสื้อผ้าแฟชั่นไทย เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการทัดเทียมแฟชั่นต่างประเทศ ผลักดันกิจกรรม “ฟิค พลัส 2011” พัฒนาผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นตามความต้องการตลาดและแนวโน้มแฟชั่น

          ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม กล่าวถึง ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นในปัจจุบันว่า เป็นธุรกิจหนึ่งที่กล่าวได้ว่ามีผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs จำนวนมาก และส่วนใหญ่ผู้ประกอบการยังขาดทักษะความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งองค์ความรู้ด้านแฟชั่น และการตลาดอยู่มาก ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่ผู้ประกอบการควรจะได้รับความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนากิจการธุรกิจเสื้อผ้า ให้ทันตามกระแสโลกและนานาประเทศได้ ทั้งยังเป็นการขยายตลาดธุรกิจในประเทศไทยให้กว้างมากยิ่งขึ้นและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน                                                                                             ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามวลรวมของภาคอุตสาหกรรมที่มากที่สุดของประเทศ ส่งผลให้มีการจ้างแรงงานมากถึง 1 ล้านคน คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ของการจ้างแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตทั้งหมด  ทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่มีบทบาทสำคัญในการนำเงินตราเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยมีส่วนแบ่งทางด้านการส่งออกเครื่องนุ่งห่มโลกอันดับที่ 9 โดยคิดเป็นร้อยละ 1.07

ซึ่งการเจริญเติบโตและแนวโน้มของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่น การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok Fashion City ส่งผลทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในอุตสาหกรรมรวมไปถึงตราสินค้าของไทย โดยมีการคาดหวังว่า ประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางทางด้านแฟชั่นได้ในปี 2012  การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากการที่ไทยมีข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ ทำให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นไทยจะมี แนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดในการพัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้าส่งออกสู่ตลาดโลกที่พบคือ การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ความสร้างสรรค์ และความทันสมัย ซึ่งควรได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการขยายผลและให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาทั้งนักออกแบบและผู้ประกอบการค้าส่งอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2554 นี้ สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจึงร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในการดำเนินโครงการพัฒนานักออกแบบเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มสู่ตลาดค้าส่ง ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการพัฒนานักออกแบบเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มสู่ตลาดค้าส่ง ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการพัฒนานักออกแบบและผู้ประกอบการค้าส่งให้ทำงานร่วมกัน จนกระทั่งสามารถผลิตสินค้าต้นแบบที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดค้าส่งที่ต้องการสินค้าที่ทันสมัย และต้นทุนต่ำ โดยในปีนี้กิจกรรม “การประกวดออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นสู่เชิงพาณิชย์ ฟิค พลัส 2011” นี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการดังกล่าว

โดยปีที่แล้ว สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมได้ร่วมกลับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในการดำเนิน โครงการพัฒนานักออกแบบ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มสู่ตลาดค้าส่งระยะที่ 1 ซึ่งเป็นโครงการนำร่องในสาขาเสื้อผ้าเด็ก โดยสร้างโอกาส และพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs และนักออกแบบจำนวนมากให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านแฟชั่นที่สามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์

            “งานการประกวดออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น สู่เชิงพาณิชย์ ฟิค พลัส 2011” ว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งด้านทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะฝีมือ เทคโนโลยี องค์ความรู้ด้านแฟชั่นและการตลาด เพื่อให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นได้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและแนวโน้มแฟชั่น                                                                 ซึ่งกิจกรรมการประกวดออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นสู่เชิงพาณิชย์ ฟิค พลัส 2011 เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโลกแห่งความฝันไปสู่โลกแห่งความจริง โดยการอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางวิชชาชีพผสมผสานเข้ากับโอกาสในการดำเนินธุรกิจซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหลักสำคัญในการส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ให้มีการดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

             ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเสื้อผ้า จึงเกิดเป็นกิจกรรมการประกวดออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นสู่เชิงพาณิชย์ ฟิค พลัส 2011 จะสามารถยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแฟชั่นให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพให้กับธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งค้าปลีกและค้าส่งเพิ่มมากขึ้น

            “กิจกรรมการประกวด Fashion  Image Campus Plus 2011(FIC+ 2011) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะนักศึกษา นักออกแบบ ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า สิ่งทอแฟชั่นให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพให้กับธุรกิจเสื้อผ้า สิ่งทอแฟชั่นทั้งค้าปลีก และค้าส่งเพิ่มมากขึ้น”      ดร.ยุทธศักดิ์ กล่าว

            จากการที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวมีผลทำให้ตลาดสหภาพยุโรปมีอัตราการขยายตัวในการนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่มจากไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากลูกค้าในสหภาพยุโรปขาดความเชื่อมั่นในสินค้าที่ผลิตจากประเทศจีน โดยเฉพาะเรื่องการส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามกำหนด อีกทั้งในขณะนี้จีนประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน จึงส่งผลให้ศักยภาพในการแข่งขันกับไทยลดลง และทิศทางด้านการออกแบบสินค้าแฟชั่นได้รับความนิยมจากผู้ซื้อจากต่างประเทศ เนื่องจากใช้การออกแบบเป็นกลยุทธ์โดยผลักดันสินค้าแฟชั่น  แบรนด์ไทยให้มีความเป็นเอกลักษณ์เพื่อก้าวสู่ตลาดแฟชั่นระดับโลก อีกทั้งในเรื่องของการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งในแง่การผลิต และการบริการต่างๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดผู้ซื้อและสร้างความสนใจและการยอมรับในตลาดแฟชั่นระดับโลก แต่ทั้งนี้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยก็ยังประสบปัญหาในเรื่องของปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยเป็นประเทศฐานการผลิตที่กำหนดราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่งที่เป็นฐานการผลิตเช่นเดียวกัน ซึ่งการกำหนดราคาสินค้าทำได้ยาก รวมถึงราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มได้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น

            อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในปีนี้ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะการส่งออกแม้ว่าประเทศคู่ค้าหลักของไทย อย่างประเทศในแถบยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาจะเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากความมีเอกลักษณ์ของสินค้าไทย ยังคงทำให้สินค้าทางด้านแฟชั่นไทยเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนี้เพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคต จะมีการรุกตลาดอาเซียนมากขึ้นเพื่อเป็นการชดเชยตลาดในส่วนที่มีปัญหา และประเทศในอาเซียนมีอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินที่แตกต่างกันไม่มากนัก ซึ่งศักยภาพของไทยทั้งการผลิตและรูปแบบยังถือว่าเป็นผู้นำในแถบอาเซียนด้วยกัน

 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ Free Site Counter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com