
มิตซูบิชิ ป้อน Eco Car Global Small ดันส่งออกทั่วโลก
“มิตซูบิชิ” วางศิลาฤกษ์โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 รองรับการผลิตรถยนต์ Eco Car รุ่น “Global Small” เริ่มการผลิตรถยนต์คันแรกและวางจำหน่าย มี.ค. 2555 บุกตลาดรถเล็กทั่วโลก ตั้งเป้าผลิตอีโคคาร์ภายในปีแรก 4 หมื่นคัน
นายโอซามุ มาสุโกะ ประธาน บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ Global Small ว่าได้เริ่มต้นการก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว คาดว่าการก่อสร้างจะเป็นไปตามกำหนด และจะสามารถเริ่มการผลิตรถยนต์คันแรกและวางจำหน่ายได้ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2555 โดยมิตซูบิชิได้วางศิลาฤกษ์โรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก Eco Car รุ่น “Global Small โดยเฉพาะ
Mitsubishi จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถ Eco Car รุ่น “Global Small” เพื่อส่งไปทำตลาดทั่วโลก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ที่แหลมฉบัง ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่ตั้งปัจจุบันของโรงงานแห่งที่ 1 และ 2 โดยจะทำการผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก มีขนาดเครื่อง 1.0-1.2 ลิตร และจะเริ่มต้นเดินสายการผลิตในเดือนมีนาคมของปี 2555 ในการนี้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น มีแผนจะวางจำหน่ายในปีงบประมาณ 2011 กำลังการผลิตของโรงงานแห่งใหม่นี้ ในเบื้องต้นจะอยู่ที่ระดับ 150,000 คัน ต่อปี และในอนาคตสามารถขยายเพิ่มได้จนถึงระดับ 200,000 คันต่อปี โดยรถเล็กรุ่นนี้ จะมีขนาดเครื่องยนต์ 1.0 - 1.2 ลิตร (แต่ในเมืองไทยจะใช้ขนาด 1.2 ลิตร) มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC 3 สูบ และจะมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผัน CVT ถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถังใหม่ล่าสุดสำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ที่มาพร้อมระบบ Automatic Stop & Go ระบบชาร์จพลังงานกลับอัตโนมัติขณะเบรค มีอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 90 กรัม/กิโลเมตร ใช้ยางแบบลดแรงต้านการหมุนขนาด 185/55 R16 ส่วนขนาดของ Mitsubishi Ecocar รุ่นนี้คือ ยาว 3.74 เมตร กว้าง 1.68 เมตร และสูง 1.49 เมตร
Mitsubishi ตั้งเป้าผลิตอีโคคาร์ภายในปีแรก 4 หมื่นคัน โดยแบ่งยอด 2-2.5 หมื่นคันสำหรับจำหน่ายภายในประเทศ และถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi ประเทศไทยคว้าส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น ยิ่งในปีนี้ Mitsubishi มีแนวโน้มครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 7 เปอร์เซ็นต์ หรือ 62,000 คัน ค่อนข้างแน่นอน ในอนาคตอาจจะมีส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงเลข 2 หลักก็อาจเป็นไปได้
นอกจากนี้ ด้านความคืบหน้าของ Mitsubishi Global Small ที่จะผลิต ณ โรงงานผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และความเคลื่อนไหวของการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย อย่าง Mitsubishi i-MiEV (มิตซูบิชิ ไอมีฟ) มีทิศทางในอนาคตของรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักด้านสิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย โดยจะเป็นโครงการร่วมมือกัน กับทางรัฐบาลไทย เพื่อศึกษาแนวโน้ม และความเป็นไปได้ ของการใช้งานรถไฟฟ้า อย่างจริงจังในเมืองไทย