
ผู้ว่ากฟผ.ย้ำสามารถร่วมงานกับทุกคนได้ ผลงานจะเป็นตัวชี้วัดยโยบายของรัฐบาล
ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เผย กฝผ.สามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้ เชื่อหากผลงานรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ดี จะเป็นที่ยอมรับของประชาชน พร้อมยืนยัยจุดยืนคือการพัฒนาและผลิตพลังงานไฟฟ้าให้มีราคาที่เหมาะสมรวมรวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เผย กฟผ.สามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้ เชื่อหากผลงานรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่เป็นแนวทางที่ดี จะเป็นที่ยอมรับของประชาชน
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.ต้องรอดูนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ว่า มีแนวทางการดำเนินงานด้านพลังงานอย่างไร เนื่องจาก กฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐ ทั้งนี้ แม้ส่วนตัวจะไม่รู้จักกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ แต่ กฟผ.สามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้ ซึ่งในวันข้างหน้า หากผลงานของรัฐมนตรีคนใหม่เป็นแนวทางที่ดี เชื่อว่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน ส่วนนโยบายการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะเดินหน้าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล
ส่วนแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า หรือพีดีพี 2011 จะมีการทบทวนใหม่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ ขณะนี้แหล่งพลังงานของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด ขณะเดียวกัน มีการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้ามากถึงร้อยละ70 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ดังนั้น โรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการผลิตไฟฟ้า โดยในแผนพีดีพีระยะ 20 ปีข้างหน้า มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นร้อยละ 25-30 จากปัจจุบันไม่ถึงร้อยละ 20 ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินโรงแรก กำลังการผลิต 700-800 เมกะวัตต์ จะเข้าระบบตามแผนในปี 2562 ซึ่งยังมีเวลาทำความเข้าใจกับชุมชน
ทั้งนี้ภารกิจหลักของกฟผ. คือการทำหน้าที่พัฒนาและผลิตพลังงานไฟฟ้าอันเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศให้มีความมั่นคงเชื่อถือได้ ในราคาที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ซึ่งปัจจุบันนี้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคง และมีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ด้วยความรู้ ความสามารถของคนไทย จนเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจจากนานาประเทศให้ กฟผ. ไปช่วยพัฒนาระบบไฟฟ้า จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างยิ่ง
นายสุทัศน์ กล่าวต่อไปว่า กฟผ. ได้มุ่งดำเนินภารกิจหลักใน 2 ด้าน คือ การพัฒนาและผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของคนไทย และการส่งเสริมรณรงค์การประหยัดการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ซึ่งความสำเร็จในการพัฒนาไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนทุกภาคส่วน โดยที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาไฟฟ้า
ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัดเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้คุ้มค่า อาทิ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อีกทั้งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ กังหันลมผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีระบบติดตามดวงอาทิตย์อัตโนมัติ ที่ กฟผ. วิจัยและพัฒนาขึ้นเอง
นายสุทัศน์ กล่าวต่อไปว่า กฟผ. ได้ดำเนินภารกิจหลัก ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยืน โครงการแว่นแก้ว โครงการห้องเรียนสีเขียว โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน โครงการคืนช้างสู่ป่า กฟผ. และโครงการเฉลิม พระเกียรติ “ลดโลกร้อนถวายพ่อ” 6 โครงการ คือโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเฉลิมพระเกียรติ 60 ปี บรมราชาภิเษก โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5 เมกะวัตต์ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 50 กิโลวัตต์ ในโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โครงการทุ่งกังหันลม ณ อุทยานพลังงาน เฉลิมพระเกียรติ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โครงการปลูกต้นไม้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการรณรงค์ร่วมใจล้างแอร์และใช้หลอดประหยัดไฟเบอร์ 5
“42 ปี กฟผ. ได้มีการปรับตัวต่อสถานการณ์อันวิกฤติในด้านต่างๆ ทั้งวิกฤติการณ์พลังงาน วิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำของโลก วิกฤติทางการเมืองภายในประเทศ ปัจจุบันสามารถธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศอย่างไม่มีปัญหาที่กระทบต่อประชาชน นอกจากนี้ในสภาวะความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของโลก กฟผ. คำนึงถึงการช่วยลดภาวะโลกร้อนในกระบวนการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการส่งเสริมการประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องอีกด้วย” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว