|
|
 |
 |
 |
| |
|
แสนสิริ ส่งแบรนด์ใหม่ ลุยตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง |
|
[สารการค้า] - Big Name : ฉบับที่ ฉบับ 446 ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2554 |
|

แสนสิริ ส่งแบรนด์ใหม่ ลุยตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง
แสนสิริ เดินหน้าลุยตลาดคอนโด พร้อมส่ง “เดอะ เบส แจ้งวัฒนะ” ตอบโจทย์คนเมืองโซนเหนือ ด้วยทำเลโดดเด่นกับราคาเริ่มต้น 1.39 ล้าน หวังกระตุ้นยอดขายตามแผนยุทธศาสตร์ เร่งทยอยคลอดอีก 8 โครงการก่อนสิ้นปี คาดเศรษฐกิจปีนี้ฟื้นดันธุรกิจอสังหาฯไทยโต
นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงยอดขายสำหรับธุรกิจคอนโดนมิเนียมว่า ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายคอนโดมิเนียมรวม 1,400 ยูนิต ซึ่งจำนวนดังกล่าวนั้น ทำได้สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา รวมมูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 3,800 ล้านบาท ปัจจัยหนึ่งมาจากการปรับเพื่อเป้าการขายอย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสของปี พ.ศ. 2554 จำเป็นให้ต้องมีการเร่งนำเสนอโครงการใหม่ๆออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง
“เดอะ เบส แจ้งวัฒนะ” (the BASE Chaengwattana) จึงเป็นโครงการนำร่อง เพื่อรับกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในโซนเหนือของกรุงเทพมหานคร และถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของ แสนสิริ ที่ได้ริเริ่มโครงการคอมโดมิเนียมนำพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งแรก เนื่องจากได้มีการสำรวจและเล็งเห็นถึงกลุ่มกำลังซื้อของลูกค้าและการตอบรับการขยายตัวของระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย เช่น ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การประชุม, Community Mall, ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพู, ศูนย์ราชการ เป็นต้น
“สินค้าของเราเป็นสินค้าที่มีความสมบูรณ์ลงตัวทั้งในเรื่องของสถานที่และในเรื่องของแบรนด์ ซึ่งต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าในทุกวันนี้นั้น การแข่งขันในเรื่องของแบรนด์ดิ้งในธุรกิจคอนโดมิเนียมมีความสำคัญมากในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของความน่าเชื่อถือและการทำตลาด ซึ่งสังเกตุได้จากคอนโดมิเนียมโดยทั่วไปในกรุงเทพมหานครนั้น เกือบทั้งหมดยอดขายที่เข้ามาในช่วงหลัง ที่เป็นส่วนที่ทำให้ยอดขายเกินเป้าที่กำหนดไว้นั้น เกิดจากแบรนด์ดิ้งที่บริษัทฯพัฒนาขึ้น แน่นอนการพัฒนาก็มาจากพื้นฐานของสินค้าที่ผ่านมาซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน” นายอุทัย กล่าว
ในด้านของแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังนี้ นายอุทัย มองว่า นโยบายต่างๆ ของทางภาครัฐนั้นค่อนข้างที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พอสมควร ทั้งในเรื่องของอัตราเงินเดือน ราคาน้ำมัน ภาษีและดอกเบี้ย ซึ่งเชื่อว่า นโยบายและมาตรการดังกล่าวนั้น จะเป็นสิ่งที่จะกระตุ้นกำลังซื้อและเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังในมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง อาจใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และที่สำคัญเป็นที่ทราบกันว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอุตสาหกรรมนที่ใช้ทรัพยากรและวัสดุในการก่อสร้างเป็นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมทั่วไป เพราะฉะนั้นการที่ค่าแรงจะทำให้ราคาสินค้าดังกล่าวสูงขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญและเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับแนวทางการขยายตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนั้น แสนสิริ มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมอีก 9 โครงการ ภายในระยะเวลา 4-5 เดือน ซึ่งคล้ายกับปีที่ผ่านมาซึ่งมีจำนวน 13 โครงการ
ซึ่งแบ่งเป็นครึ่งปีแรก 2 โครงการและ 11 โครงการในครึ่งปีหลัง โดยใน 9 โครงการที่บริษัทฯจะเปิดตัวในครึ่งปีหลังนั้น มีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท
ในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ เบส แจ้งวัฒนะ ของบริษัท แสนสิริ มีลักษณะเป็นอาคารสูง 24 ชั้น ด้วยจำนวนทั้งสิ้น 1,231 ยูนิต สามารถที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายทั้ง 2 แบบ ซึ่งประกอบด้วยลักษณะ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 24.5 – 35 ตร.ม. และ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 47-50 ตร.ม. พร้อมจุดจอดรถจักรยาน พร้อมทั้งสระว่ายน้ำความยาว 50 เมคร ทั้งยังมีห้องออกกำลังกายและอุปกรณ์ต่างๆ Roof Garden, ห้องสมุด, Sky Jogging Track และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 4,000 ตร.ม. บริการรถรับส่ง ใกล้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย (สายสีชมพูวิ่งจาก แคราย - มีนบุรี) CCTV ทุกชั้นและรอบบริเวณโครงการ
จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมานั้น ตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียมในราคาระดับประมาณ 1-3 ล้านบาท ซึ่งได้รับความสนและการตอบรับจากตลาดได้เป็นอย่างดี โดยโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ เบส ดครงการแรกของบริษัทฯ สามารถปิดการขายได้ในเวลาเพียงแค่ 10 เดือนซึ่งที่เหลืออขายเพียง 10 ยูนิต 10 ยูนิตสุดท้าย ซึ่งกระแสการตอบรับของโครงการดังกล่าวเกิดจากการที่เราพัฒนาดครงการให้รวมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตไว้ในที่เดียว ทั้งในเรื่องของความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย ความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ แสนสิริ นำแนวคิดในการพัฒนาดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับโครงการแห่งใหม่ คือ คอนโดมิเนียม “เดอะ เบส แจ้งวัฒนะ”
นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว การที่ภาคเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวภายหลังจากภาวะการเมืองที่เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ก็เป็นสัญญานที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยังในเรื่องของปัจจัยทางด้านของการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและความคืบหน้าในการก่อสร้าง เส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆ น่าจะเป็นปัจจัยบวกที่จะส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลัง 54 เติบโตดีขึ้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญต่อปัจจัยทางด้านทำเลที่ตั้งในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นสิ่งสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการทางด้านภาษีหรือเงินกู้ในการซื้อที่อยู่อาศัยจึงสิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมเติบโตขึ้น เนื่องมาจากนโยบายและมาตรการต่างๆ ในการสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น นโยบายทางด้านภาษีหรือการสนับสนุนเงินกู้ในการซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากโครงการใหม่ที่เปิดขายในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่มียอดขายตอบรับดีในโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท และ 1-2 ล้านบาท
ซึ่งในอนาคตคาดว่าโครงการเปิดใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงเน้นช่วงระดับราคานี้อยู่เช่นกัน และกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับราคาดังกล่าว ยังคงอาศัยเงินกู้ในการซื้อที่อยู่อาศัย ส่วนนโยบายการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และการปรับค่าแรงขั้นต่ำ อาจเป็นปัจจัยเสริมในการกระตุ้นที่จะสร้างยอดขายให้เกิดการตอบรับที่ดีขึ้นได้ในทางอ้อม
|
|
|
|
 |
 |
 |
|
| |
|
| |
|
 |
บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด |
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ |
|
| 122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com |
|
|