เมื่อนักท่องเที่ยวจาก แดนมังกร บุกยึดแหล่งช็อปปิ้งในกรุงปารีส
กรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ยังรักษาความเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในยุโรปได้เป็นอย่างดีทั้งๆ ที่เศรษฐกิจโดยทั่วไปในภูมิภาคนั้นยังอยู่ในภาวะย่ำแย่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่
คาดกันว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยือนปารีสมากถึง 7.6 ล้านคน ซึ่งเป็นการเพิ่มจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 3.5 อัตราส่วนของห้องพักโรงแรมก็สูงถึงร้อยละ 78 โดยเฉลี่ย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี
ในอดีตนักท่องเที่ยวจากสหรัฐเคยเป็นเบอร์หนึ่งในแง่ของการใช้จ่าย ก่อนจะโดนญี่ปุ่นแซงหน้า และตามมาด้วยรัสเซีย แต่มาวันนี้นักท่องเที่ยวจากจีนได้ยึดหัวหาดเรียบร้อยไปแล้ว
ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ มักจะใช้เวลาไปกับการเยี่ยมชมโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหรือไม่ก็แสวงหาอาหารฝรั่งเศสรสเยี่ยม นักท่องเที่ยวจากจีนกลับใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการช็อปปิ้ง
คนในวงการท่องเที่ยวยุโรป เปิดเผยว่านักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่จะเดินทางเป็นกรุ๊ปใหญ่และมักจะเอาเรื่องการช็อปปิ้งเป็นภารกิจหลักในการมาเยือนปารีสซึ่งถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักช็อป นักท่องเที่ยวจีนมักจะเยือนยุโรปแบบกรุ๊ปทัวร์ ส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นที่เยอรมัน ก่อนเดินทางต่อไปสวิสเซอร์แลนด์ อิตาลีและเนเธอแลนด์
แต่ที่แน่นอนที่สุด ทุกกรุ๊ปต้องมาจบลงที่กรุงปารีส และที่ปารีสนี่แหละที่นักท่องเที่ยวจากแดนมังกร ซื้อของฝากเพื่อนฝูงและตัวเองอย่างเต็มที่ ตามข้อมูลขององค์การท่องเที่ยวฝรั่งเศส ในปี 2010 นักท่องเที่ยวจากจีนใช้เงินไปกับการช็อปปิ้งมากถึง 890 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนหน้านั้นถึงร้อยละ 60
ถึงแม้ถ้าวัดกันที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวมะกันที่มากรุงปารีสจะสูงกว่านักท่องเที่ยวจากจีน แต่ในเรื่องช็อปปิ้งแล้ว ชาวมะกันจ่ายเงินน้อยกว่านักท่องเที่ยวจีนถึงร้อยละ 40 อาจจะมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเท่านั้นที่สูสี
เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะเห็นนักท่องเที่ยวจากจีนเดินกันขวักไขว่ไปหมดตามห้างสรรพสินค้าดังๆ ซึ่งห้างเหล่านี้ต่างก็แข่งกันโปรโมทตัวเองเพื่อแย่งกันดึงดูดนักช็อปจากจีน ไม่ว่าจะด้วยการโฆษณาในจีนหรือการจับมือกับบริษัททัวร์จีน ตลอดจนการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับสถานทูตจีนในกรุงปารีส นอกจากนั้นก็ยังพุ่งเป้าไปที่องค์กรธุรกิจใหญ่ๆ ของจีนเพื่อดึงนักช็อประดับวีไอพี
ยิ่งไปกว่านั้น ห้างเหล่านี้ยังพยายามเอาใจนักช็อปจีนแบบสุดๆ ด้วยการพิมพ์แผนที่ของห้างเป็นภาษาจีน ว่าจ้างพนักงานที่พูดจีนได้มาประจำตามเคาร์เตอร์ต่างๆ และถึงขั้นจัดเตรียมพนักงานที่คอยช่วยกรอกแบบฟอร์มคืนภาษีให้กับนักช็อป
บางห้าง อย่างเช่นห้าง Printemps ที่ครั้งหนึ่งเคยเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ถึงขั้นจัดทางเข้าพิเศษให้กับทัวร์กรุ๊ปจากจีน พร้อมเจ้าหน้าที่คอยอธิบายรายละเอียดของห้างให้นักช็อปได้ฟัง และมีเสียงประกาศตามสายเป็นภาษาจีนด้วยซ้ำ
รายได้ถึงร้อยละ 40 ของห้าง Printemps ในปารีส มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหนึ่งในสามของลูกค้าก็เป็นชาวจีน
ยิ่งจากการคาดการณ์ของคนในวงการท่องเที่ยวว่าในอีกไม่นานนักท่องเที่ยวจีนจะแซงหน้าชาติอื่นกลายเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก ก็ยิ่งเป็นข่าวดีสำหรับแหล่งช็อปปิ้งในประเทศในยุโรปอย่างฝรั่งเศส