คลินิกอุตสาหกรรม
มุมมองที่แตกต่าง
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะสับสนในซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและยูโรโซน ทำให้นักวิเคราะห์และผู้ประกอบการมีมุมมองแตกต่างกันค่อนข้างหลากหลาย ในทิศทางอนาคตเศรษฐกิจโลกปีหน้า
นักวิเคราะห์ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า วิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซนและภาวะซบเซาของเศรษฐกิจสหรัฐ จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ซึ่งจะทำให้ภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย แม้จะไม่รุนแรงนักก็ตาม
ปัจจุบันการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรปมีมูลค่าประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ของยอดส่งออกทั้งหมด 1.9 แสนล้านบาท ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐก็มีสัดส่วนใกล้เคียงกับตลาดสหภาพยุโรป
นักวิเคราะห์ของกสิกรไทยเชื่อว่า การส่งออกสินค้าไทยไปตลาดสหรัฐและสหภาพยุโรปในปีหน้า น่าจะมีสัดส่วนลดต่ำลง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 3.8 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กลับมีมุมมองที่แตกต่าง โดยชี้ว่าปี 2555 เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากเป็นปีเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐ ขณะที่สหภาพยุโรปก็มีแผนแก้ไขวิกฤตหนี้สาธารณะที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว
ดังนั้น นายพยุงศักดิ์จึงเชื่อว่า อัตราการขยายตัวของภาคการส่งออกของไทยในปีหน้าจะยังคงอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ความต้องการบริโภคในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมมีอัตราขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ทัศนะว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะเติบโตได้เท่าใด ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ และเชื่อว่าสหรัฐจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากจะมีการเลือกประธานาธิบดีใหม่ปลายปีหน้า
ในส่วนของสหภาพยุโรป นายธนวรรธน์ก็เห็นว่า มีความชัดเจนในการเพิ่มวงเงินกองทุนพยุงเศรษฐกิจซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจยุโรปพื้นตัวขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า และเศรษฐกิจไทยก็จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 4 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน
แต่หากเศรษฐกิจโลกถดถอย และไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้และเศรษฐกิจโลกขยายตัวร้อยละ 2-3 จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตร้อยละ 2-3 เช่นกัน
ทัศนะที่แตกต่างและหลากหลายดังกล่าวข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า ในความเป็นจริงนั้น ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงในปีหน้า ก็ยังคงมีไม่น้อยไปกว่าโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้น การแกว่งตัวอย่างรุนแรงของราคาทองคำและดัชนีราคาหุ้นทั่วโลกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมที่แท้จริงของภาวะเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ได้เป็นอย่างดี
การมองโลกในแง่ดี อาจช่วยลดความตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลเกินเหตุลงได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมองโลกในแง่ดีมากเกินไปก็อาจเข้าข่าย “ประมาท” ได้เช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเอสเอ็มอี.ซึ่งมักจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในภาวะวิกฤต จึงควรตระหนักอยู่เสมอว่า การถึงพร้อมซึ่งความไม่ประมาท คือนโยบายที่ปลอดภัยที่สุด.