
สมชาย พูลสวัสดิ์ นั่งอธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ เพิ่มเป้าจัดเก็บรายได้ของกรมตามนโยบายรัฐบาล
“สมชาย พูลสวัสดิ์” ได้รับการเห็นชอบจาก ครม.ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้วยการบริการในระดับมาตรฐานโลก
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า หลังขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ ที่มีความพร้อมเต็มที่สำหรับการทำงาน และเชื่อว่าข้าราชการของกรมศุลกากรทุกคน มุ่งมั่นเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาล ด้วยเป้าหมายเพิ่มการจัดเก็บรายได้ของกรมฯวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยยึดหลักการทำงานด้วยการบริการที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ได้มาตรฐานโลก และการจัดเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส
“ปัจจุบันกรมศุลกากรได้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากการจัดเก็บรายได้ มาเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและปกป้องสังคม ตามวิสัยทัศน์ ศุลกากรมาตรฐานโลก เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศและปกป้องสังคม” นายสมชาย กล่าว
กรมศุลกากรได้รับบทบาทและหน้าที่จากเดิมเน้นการจัดเก็บภาษีอากรจากของที่นำเข้ามาในประเทศและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร มาเป็นการมุ่งเน้นพัฒนาส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกของไทยที่มีศักยภาพ และสามารถแข่งขันกับตลาดการค้าโลกได้
ควบคู่กันนั้นกรมศุลกากร ได้พัฒนาระบบงานภายในองค์กรด้วยการนำระบบคอมพิวเตอร์ มาใช้ในการบริหารงาน ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพของข้าราชการให้มีความสอดคล้องกับความเจริญ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากการพัฒนาระบบงานต่างๆแล้ว กรมศุลกากรได้ปรับปรุงขยายหน่วยงานต่างๆ รองรับกับ ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น
รมว.คลังมอบนโยบายกรมศุลกากรวางเป้าจัดเก็บรายได้ปีงบ55
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ด้านการจัดเก็บรายได้ ปีงบประมาณ 2555 กระทรวงการคลังได้กำหนดเป้าหมายให้กรมศุลกากรจัดเก็บรายได้ เป็นจำนวนเงิน 105,500 ล้านบาท (หนึ่งแสนห้าพันห้าร้อยล้านบาท)
นอกจากนี้กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กรมศุลกากรเร่งดำเนินการในประเด็นหลักๆ 3 ด้านตามภารกิจ ได้แก่ ด้านอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเน้นการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างครบวงจร ด้วยการพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) มาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community :AEC) ในปี 2558 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ด้านการปกป้องสังคม ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ ปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล โดยให้ดำเนินการพัฒนาและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้กำชับกรมศุลกากรให้ความสำคัญเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าตามแนวชายแดนโดยการพัฒนาระบบเทคโนโลยีต่างๆที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ระบบเอ็กซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์สินค้า ระบบการควบคุมเคลื่อนย้ายคอนเทนเนอร์ด้วยเทคโนโลยี RFID ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television System : CCTV System) เป็นต้น