
ชี้อุตฯยานยนต์-จักรยานยนต์ โตได้ทั้งตลาดไทย-เทศ
นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และรองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการที่ไทยเป็นฐานหลักในการประกอบและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญอันดับหนึ่งของอาเซียน และได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้ามาโดยตลอด
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2554 ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากกำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับการสนับสนุนนโยบายจากทางภาครัฐ ทำให้ความต้องการของลูกค้าในตลาดพุ่งสูงขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้นักลงทุนเกิดความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศ ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็ว
นางเพียงใจ กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงสามารถเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากตลาดมีความต้องการควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการผลิตอยู่ตลอด ซึ่งแสดงถึงความพร้อมและเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี
“ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ดูจากสถานการณ์แล้วเชื่อว่าน่าจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานของการเติบโตด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะฉะนั้นมั่นใจว่าในปี 2555 จะมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นอย่างแน่นอน” นางเพียงใจ กล่าว
นายอานุภาพ ทัดพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจ บริษัท ฟอร์ด โอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯมีโครงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในปี 2555 หลายรุ่น เพื่อทำการกระตุ้นตลาดในประเทศและต่างประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทางบริษัทฯได้ทุ่มงบประมาณกว่า 15,000 ล้านบาท ก่อตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดระยองเพื่อรองรับความต้องการของตลาดรถยนต์ชั้นนำในระดับโลก
ด้านนางสาวรัชนิดา นิติพัฒนาภิรักษ์ ผู้จัดการแผนกวิเคราะห์ธุรกิจ สถาบันยานยนต์มองถึงแนวโน้มและสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการผลิตรถจักรยานยนต์ว่า ถ้ามองในส่วนของการผลิตนั้น มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นถึง 19 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จึงเป็นตัวชี้วัดได้ว่าความต้องการของลูกค้าพุ่งสูงขึ้น และที่น่าจับตามองเห็นจะเป็นตลาดรถจักรยานยนต์ประเภท Big Bike ที่มียอดขายสูงขึ้นถึง 217 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นที่น่าสนใจของกลุ่มลูกค้าชาวไทยในอนาคต ซึ่งมองว่าการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์จะไปได้ดี แต่ต้องอาศัยการฟื้นตัวจากปัญหาเศรษฐกิจโลกไปอีก 2-3 ปี เนื่องจากการทำตลาดในขณะนี้เน้นไปที่การส่งออกเป็นส่วนใหญ่