English News
หน้าแรก สารการค้า ไดนามิค อินดรัสตี้ ติดต่อโฆษณา เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา
Tharn Samutprakarn
หนังสือพิมพ์ ไดนามิค อินดัสตรี้
 
ทีไอฯ เสริมแกร่งรับบีโอไอ อัดงบ 97 ล้าน เดินไลน์ผลิตใหม่ ป้อนค่ายรถชื่อดังเพียบ
[Dynamic] - ข่าวหน้า 1 : ฉบับที่ ฉบับ 272 ประจำวันที่ 1 - 15 ธันวาคม 2554

 

Loading image...

ทีไอฯ เสริมแกร่งรับบีโอไอ อัดงบ 97 ล้าน เดินไลน์ผลิตใหม่ ป้อนค่ายรถชื่อดังเพียบ

          6 ปี ทีไอ ออโทโมทีฟ ในไทยรุกหนักอัด 97 ล้าน เดินไลน์ผลิตใหม่-นำเข้าเครื่องจักร ป้อนชิ้นส่วนยานยนต์ส่งฟอร์ด เผยแผนปี 55 ยอดขายโต 20% ดันส่งออกเพิ่ม 10% เผยบุกตลาดอินโดนีเซีย เจาะค่ายนิสสันและซูซูกิ มั่นใจเดินไลน์ผลิตต้นปีหน้า ด้านแผนระยะยาวเล็งมาเลเซียเป้าหมายใหม่

            นายกุลชาติ เชาวน์วุฒิสุข Supply Chain Manager บริษัท ทีไอ ออโทโมทีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท ทีไอ ออโทโมทีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรีดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ประกอบสำหรับยานยนต์และเครื่องยนต์ในประเทศไทยมากว่า 6 ปีมีบริษัทเครือข่ายกระจายอยู่ทุกทวีปกว่า 120  สาขาและยังมีฐานลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลก

            บริษัทฯ เดินหน้าเสริมความแกร่งเพื่อขยายตลาดลูกค้ากลุ่มธุรกิจยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้รับสิทธิพิเศษส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ (BOI) ด้วยมูลค่ากว่า 97 ล้านบาท สำหรับเดินไลน์ใหม่ในการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์และการนำเข้าเครื่องจักรใหม่จากประเทศจีน เพื่อรองรับการเดินไลน์ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประเภทท่อน้ำมันและท่อเบรค ให้กับค่ายรถยนต์ฟอร์ดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังผลิตให้กับค่ายรถยนต์เชฟโรเลตและป้อนชิ้นส่วนยานยนต์ให้บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในประเทศไทยอีกด้วย

            หลังจากได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ บริษัทฯทำการเดินไลน์ผลิตสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าฟอร์ดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา โดยมีระยะเวลาการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประเภทถังน้ำมันและท่อน้ำมันส่งมอบให้กับฟอร์ดภายใต้ระยะเวลาของสัญญากว่า 12 ปี

            จุดเด่นการผลิตถังน้ำมันของ ทีไอ ออโทโมทีฟ เกิดจากกระบวนการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยีทันสมัยและนวัตกรรมในการพัฒนาสินค้าที่ได้รับรางวัล มีระบบถังน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการใช้งานดีเซล น้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ ซึ่งบริษัทฯ ได้ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบน้ำมันเชื้อเพลิงและเป็นวิศวกรรมหลากหลายของบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซระเหยและมีน้ำหนักเบาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

            ปัจจุบัน โรงงานผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ของบริษัท ทีไอ ออโทโมทีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี เดินไลน์การผลิตทั้งหมด 3 ไลน์ได้แก่ ไลน์ถังน้ำมัน  ไลน์ท่อน้ำมัน และไลน์ปั๊มเชื้อเพลิงยานยนต์  ซึ่งไลน์การผลิตของโรงงานแห่งนี้ ส่วนใหญ่เน้นผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ประเภทถังน้ำมันและท่อน้ำมันให้กับกลุ่มเป้าหมายประเภทโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ และค่ายรถยนต์ต่างๆ อาทิเช่น ฟอร์ด นิสสัน และเชฟโรเลต

ส่วนกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯแบ่งเป็นสัดส่วนการผลิตให้กับลูกค้าในประเทศ 90เปอร์เซ็นต์ และต่างประเทศ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งบริษัทฯสามารถผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้ประมาณ 1 ล้านชิ้นต่อปี

            นายกุลชาติ กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจปี 2555 ว่า “หลังจากผ่านวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์คาดมีอัตราการเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม  ซึ่งบริษัทฯได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการผลิตเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้าจะสามารถสร้างโอกาสทางการค้าและการส่งออกได้อย่างราบรื่น ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าสร้างยอดขายโดยรวมโตกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีแผนขยายฐานลูกค้า มุ่งเสริมความแกร่งเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศอีกด้วย

            สำหรับแผนการดำเนินงานตลาดต่างประเทศปี 2555 บริษัท ทีไอ ออโทโมทีฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการส่งออกเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากปี 2554 อีก 10 เปอร์เซ็นต์ โดยวางแผนบุกตลาดกลุ่มลูกค้ารายใหม่ในประเทศอินโดนีเซียและการเข้าไปทำตลาดครั้งนี้ บริษัทฯมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าค่ายรถยนต์นิสสันและซูซูกิ โดยผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ป้อนกลุ่มลูกค้าในการนำไปประกอบที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทฯคาดว่าจะสามารถเริ่มเดินไลน์ผลิตได้ช่วงต้นปี 2555 สำหรับด้านงบประมาณการลงทุนขณะนี้อยู่ในช่วงการประเมินงบประมาณทั้งหมด  

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้กำหนดแผนการดำเนินงานระยะยาวเพื่อขยายฐานลูกค้า โดยตั้งเป้าทำตลาดและเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้ทำการศึกษาถึงแนวโน้มความเป็นไปได้ต่างๆ และเล็งเห็นว่าเป้าหมายต่อไป บริษัทฯจะเดินหน้าขยายไปที่กลุ่มค่ายรถยนต์โฟล์คสวาเกน volkswagen เป็นหลัก

            สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนายกุลชาติ กล่าวว่า “สำหรับโรงงานทีไอ ออโทโมทีฟ ที่จังหวัดชลบุรี ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ทางอ้อมเนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯประสบกับปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้โรงงานบางแห่งปิดตัวไปหรือชะลอกิจการชั่วคราว บริษัทฯจึงไม่สามารถส่งสินค้าออกไปสู่กลุ่มลูกค้าบางรายได้ชั่วคราว ส่งผลต่อรายได้โดยรวมตามเป้าที่ตั้งไว้ในปีนี้บ้างเล็กน้อย  อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้วและเร่งหาแนวทางการกระจายสินค้าออกไปโดยเร็วที่สุด”

            นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานต่างๆในการดำเนินธุรกิจดังนี้ ISO/TS 16949 เป็นมาตรฐานเฉพาะทางเทคนิคเป็นแนวทางของข้อกำหนดระบบบริหารงานคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก นับได้ว่าเป็นมาตรฐานนานาชาติที่ทันสมัยและดีที่สุดสำหรับกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ ปัจจุบันบริษัทฯดำเนินการผลิตตามข้อกำหนดของ ISO/TS 16949 เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลถึงคุณภาพสินค้าและกระบวนการผลิตที่มีการพัฒนาดีขึ้น ทั้งยังลดต้นทุนการผลิตจากปริมาณของเสียที่ลดลงอีกด้วย

            การรับรอง ISO 14000 เป็นระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน โดยการดำเนินกิจการของบริษัทฯ และทุกบริษัทในเครือทีไอ ออโทโมทีฟ มุ่งเน้นในการดำเนินกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดการของเสียอย่างถูกวิธี ป้องกันและบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม   ทั้งนี้การดำเนินกิจการในการยึดรูปแบบมาตรฐานดังกล่าวเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้นและทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน อีกทั้งส่งผลดีด้านการลดต้นทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร

            ISO 18000 เป็นมาตรฐานที่บริษัทฯได้รับเพื่อการันตีด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เพื่อลดและควบคุมความเสี่ยงอันตรายของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจให้เกิดความปลอดภัยและส่งเสริมภาพพจน์ด้านความรับผิดชอบขององค์กรที่มีต่อพนักงานและสังคม

            สำหรับบริษัท ทีไอ ออโทโมทีฟ ในต่างประเทศ ได้เดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ เจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศอินเดีย ที่บังกาลอร์และเชนไน โดยสถานที่ทั้ง 2 อยู่ในช่วงการดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต เน้นให้บริการตลาดในอินเดีย  สำหรับโรงงานที่บังกาลอร์จะดำเนินการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระบบของเหลวสำหรับรถยนต์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า12,500 ตารางฟุต และจะเดินไลน์ผลิตอย่างเต็มรูปแบบช่วงเดือนธันวาคม 2554

            สำหรับโรงงานที่เชนไน ดำเนินการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประเภทถังน้ำมันแห่งแรกของบริษัทฯ ที่ตั้งระบบภายในประเทศอินเดีย ซึ่งจะผลิตในรูปแบบของถังน้ำมันพลาสติกและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยขณะนี้อยู่ในช่วงการก่อสร้างเช่นเดียวกันและสามารถเดินเครื่องผลิตได้ช่วงเดือนเมษายน 2555

            “บริษัทฯ เล็งเห็นว่าประเทศอินเดียเป็นภูมิภาค​มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ดีและที่สำคัญเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าทั่วโลก รวมทั้งบริษัทฯต้องการพัฒนาระบบการผลิตให้มีความทันสมัย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าด้วยบริการอย่างครบวงจรอีกด้วย “นายกุลชาติกล่าว

            ด้านนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานผลิตรถยนต์และโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อยู่ระหว่างเร่งขยายโรงงานหรือสร้างโรงงานใหม่จำนวนมาก เพื่อรองรับความต้องการรถยนต์ในอนาคตที่มีแนวโน้มสูงทั้งตลาดในประเทศ และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558  ส่งผลให้ในปี 2555 กำลังการผลิตรถยนต์ในไทยจะมีเพิ่มอีก 4 แสนคัน อาทิ ค่ายฟอร์ดผลิตรถยนต์นั่งและปิกอัพค่ายซูซูกิ และมิตซูบิชิผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) เมื่อรวมกับกำลังผลการผลิตเดิมก็จะเป็น  2.7 ล้านคันต่อปี 
            ทั้งนี้ หากไม่มีปัญหาที่คาดไม่ถึง เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง วิกฤตเศรษฐกิจโลกที่มากระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เชื่อว่าในปี 2555 ค่ายรถยนต์จะสามารถผลิตรถยนต์ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคันแน่นอน ส่วนการผลิตที่เพิ่มใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์อีโคคาร์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภค 
             “หลังจากสำรวจการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์และโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่า โรงงานใหม่ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการไทย สหรัฐ ญี่ปุ่นและ จีน มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งมั่นใจว่าภายในปี 2556 ไทยจะมีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความต้องการของลูกค้า” นายวัลลภกล่าว
             สำหรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ยังไม่เสร็จออกมานั้น ทำให้แผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องชะงักไป เพราะไม่รู้ว่าโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่จะออกมาอย่างไร ดังนั้นจึงทำให้ไม่สามารถกำหนด

ทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตได้ แต่หากโครงสร้างภาษีออกมาตามเดิม แนวทางการส่งเสริมก็จะเป็นรถกระบะ รถอีโคคาร์ และรถที่ใช้ไฟฟ้า

            ปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดรถยนต์เมืองไทยเติบโตคือ ภาพรวมเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการซื้อรถใหม่ อีกทั้งดอกเบี้ยแม้จะอยู่ในช่วงขาขึ้นแต่ก็ยังถือว่าต่ำและจูงใจให้ตัดสินใจซื้อได้อยู่ ประเด็นที่สามคือการที่ค่ายรถยนต์ทุกรายต่างแนะนำรุ่นใหม่ๆ ที่ประหยัดพลังงานออกมา กระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากจะเปลี่ยนรถ รถยนต์อีโคคาร์ที่ออกมา ราคาจำหน่ายไม่สูง เป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยมีโอกาสครอบครองรถยนต์ได้ง่ายขึ้น เป็นการขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ที่มองหารถยนต์ราคาประมาณ 4 แสนบาท

            คาดว่าในปีนี้จะสามารถผลิตรถได้รวม 1.5 แสนคันต่อเดือน หรือประมาณ 1.8 ล้านคันต่อปี แบ่งเป็นการขายในประเทศ 8 แสนคันและส่งออก 1 ล้านคัน แต่นั่นเป็นการประเมินแบบอนุรักษนิยม ถ้าหากโรงงานอีกหลายแห่งที่กำลังขยายและอาจเสร็จทัน อาจจะช่วยให้กำลังการผลิตพุ่งไปที่ 2 ล้านคันได้

 

 
 
 

ฐานสมุทร บริษัทฐานสมุทรปราการ จำกัด จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ Free Site Counter  
122 ซ. สุภาพงษ์ แยก 5-2 แขวงหนองบอน เขตประเวช กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์: 02-7434999 Email: theccn_news@yahoo.com