อิตัลไทยวิศวฯ ผนึกพันธมิตรรับ AEC สู่ปีที่ 45 อย่างมั่นคง อิตัลไทยวิศวกรรม ผู้นำงานวิศวกรรมไฟฟ้าครบวงจรรายใหญ่ของไทย ประกาศศักยภาพในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 45 ขยายฐานลูกค้า เดินหน้าจับมือเหล่าพันธมิตรรับประชาคมเศรษฐกิจ AEC พร้อมตั้งเป้า 5 ปีเติบโต 300 เปอร์เซ็นต์ ย้ำนโยบายเน้นพัฒนาคุณภาพบุคลากร นายสี่พร กมลยะบุตร อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด เปิดเผยในฐานะบริษัทผู้เชี่ยวชาญงานด้านวิศวกรรมระบบไฟฟ้า เครื่องกลและสิ่งแวดล้อมชั้นนำของไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯดำเนินงานวิศวกรรมฯตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ค้า ผู้ประกอบการ ทั้งในส่วนของภาครัฐบาลและโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย จนได้รับความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการทุกระดับอย่างครบวงจร จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันความต้องการการบริการงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบต่างๆที่เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการกำลังให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน รวมถึงระบบการจัดการด้านเครื่องกลดังกล่าวอย่างสูงสุด บริษัทฯจึงได้เข้าใจและมุ่งเน้นตอบสนองผ่านการดำเนินงานอย่างมีคุณภาพทุกขั้นตอน การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมงานด้านพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นสิ่งหนึ่งที่บริษัทฯได้มองถึงความร่วมมือกันสำหรับโครงการต่างๆในอนาคต ซึ่งที่ผ่านบริษัทฯได้ดำเนินการเข้าถือหุ้นในกิจการโรงไฟฟ้าต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นสัดส่วน 5-10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเล็งเห็นถึงประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายที่จะได้รับร่วมกันในด้านธุรกิจ ดังนั้น บริษัทฯจึงมีการตั้งเป้าหมายขยายในส่วนรายได้มาโดยตลอด ซึ่งได้กำหนดชัดเจนว่าในระยะเวลา 5 ปี บริษัทฯจะมีการเติบโตถึง 3 เท่า ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวเลขดังกล่าว เป็นเป้าหมายทางธุรกิจที่ค่อนข้างท้าทาย แต่บริษัทฯได้เล็งเห็นถึงความพร้อมที่จะเดินหน้าลงทุนในฐานะผู้นำด้านงานบริการตอบสนองผู้ประกอบการในทุกด้านอย่างเต็มที่ “การเข้าไปซื้อหุ้นกิจการโรงไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใด แต่สิ่งที่บริษัทฯจะได้น่าจะเป็นในรูปแบบของผลตอบแทนระยะยาว พร้อมกับเหล่าพันธมิตรทางธุรกิจก็ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งที่ผ่านมาการขยายตัวของบริษัทฯ มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง การเติบโตด้านรายได้อยู่ที่15-20 เปอร์เซ็นต์ทุกปี แต่ในปีนี้คาดมีรายได้โตประมาณ 2,000 ล้าน ส่งผลให้กิจการขยายตัวกว่าปีที่แล้วถึง 25 เปอร์เซ็นต์” นายสี่พร กล่าว สำหรับด้านการลงทุนทางธุรกิจ บริษัทฯได้ขยายกลุ่มลูกค้าไปยังโครงการต่างๆในแถบประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการเข้าไปดำเนินกิจการงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและระบบต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในโครงการธุรกิจเหมืองแร่ของพื้นที่ประเทศลาว โดยมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯจะได้แสดงถึงศักยภาพผ่านผลงานในฐานะผู้นำด้านการบริการงานวิศวกรรมไฟฟ้าชั้นนำของไทย ให้ต่างชาติได้เกิดความไว้วางใจในธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวยังต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้านการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นด้านระเบียบและข้อบังคับทางด้านมาตรฐานของแต่ละประเทศ ซึ่งในปี 2555 บริษัทฯยังได้วางโครงการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น อาทิ การเข้าไปลงทุนในการดำเนินการด้านธุรกิจไฟฟ้า หงสาวดี ประเทศพม่า และถือเป็นการพัฒนาศักยภาพ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในสายตาผู้ประกอบการต่างประเทศ นอกจากนี้ในปัจจุบันบริษัทฯยังได้เดินหน้ารองรับความต้องการของบรรดาธุรกิจรายใหญ่ของไทย เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในพื้นที่มาบตาพุดอย่างต่อเนื่อง ถามถึงบทบาทและโอกาสธุรกิจของไทยในการเข้าสู่เวทีการค้าประชาคมอาเซียนหรือ AEC ในปี 2558 นายสี่พร กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นสัญญาณที่ดีจากทุกฝ่าย หากผู้ประกอบการสามารถดึงเอาความสามารถพิเศษขององค์กรมาใช้ได้อย่างสูงสุด โดยเฉพาะด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือมีความสามารถของไทยยังอยู่ภาวะค่อนข้างน่าเป็นห่วงทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจในองค์กรไม่สามารถไปแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในชาติประชาคมอาเซียนได้ นายสี่พร กล่าวต่อว่า ถ้ามองในส่วนของบุคลากรที่มีความสามารถด้านงานวิศวกรรม ที่หลายประเทศในอาเซียนได้มีการยกระดับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้วิศวกรของไทยต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ เพื่อเสริมความต้องการของตลาดด้านอุตสาหกรรมที่จะขยายตัวสูงขึ้นในอนาคต เพราะการแข่งขันทางการค้าที่สูงขึ้นอาจเป็นโอกาสให้บุคลากรชาวต่างชาติที่มีขีดความสามารถสูงได้เข้ามามีบทบาทกับทุกกิจการในโอกาสการเปิดเสรีทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ “ในอนาคตทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเต็มไปด้วยการแข่งขัน ในทุกๆวันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ด้านการค้าและธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งรายเล็กไปจนถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล การเข้าสู่ AEC น่าจะทำให้ภูมิภาคนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีเพียงแค่ผู้ได้เปรียบและผู้เสียเปรียบเท่านั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องยิ่งให้ความสำคัญ เพราะในอนาคตโอกาสและกับดักมันจะอยู่ใกล้กันมาก” นายสี่พร กล่าว