เมื่อสิงคโปร์ต้องพึ่งทรายจากกัมพูชา
เพื่อการรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ
สิงคโปร์เป็นเกาะที่ขนาดพอๆ กับเกาะภูเก็ตของบ้านเรา ใครที่เคยไปมาก็พอรู้ว่าขับรถกินลมเล่นๆ ในวันเสาร์หรืออาทิตย์ที่นั่น แค่ครึ่งชั่วโมงก็เกือบทั่วประเทศแล้ว
แต่ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่สังเกตก็คือ ขนาดของเกาะสิงคโปร์นั้นโตวันโตคืน หลังจากสิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซียเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว เกาะสิงคโปร์มีเนื้อที่เพียงประมาณ 580 ตร. กม. เท่านั้น แต่มาทุกวันนี้เนื้อที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 ตร. กม.
ที่ตั้งของสนามบินชางงี ซึ่งมีสถานะเป็นสนามบินอันดับต้นๆ ของโลก และที่ตั้งของมารีน่า เบย์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงพร้อมบ่อนคาสิโนแห่งล่าสุดของสิงคโปร์ ในอดีตก็เป็นทะเล
แน่นอนว่าเนื้อที่ของเกาะสิงคโปร์ไม่ได้งอกออกมาเอง แต่เป็นผลของการถมทะเลที่รัฐบาลสิงคโปร์ทำอย่างจริงเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและประชากร อาจจะบอกได้ว่าในบรรดาประเทศในเอเซีย ไม่มีประเทศไหนที่ประสบความสำเร็จในการถมทะเลเพื่อขยายพื้นที่ของประเทศได้มากกว่าสิงคโปร์
แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ทรายส่วนใหญ่ที่สิงคโปร์นำเข้าประเทศเพื่อมาถมทะเลนั้น มาจากประเทศกัมพูชา
ปัญหาใหญ่ขณะนี้ก็คือ การขุดทรายในกัมพูชาได้กลายเป็นธุรกิจมูลค่ามหาศาล และกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมที่นั่น
แต่รัฐบาลสิงโคปร์ไม่เคยปริปากอย่างเป็นทางการแม้แต้ครั้งเดียวว่าบรรดาทรายที่นำเข้ามาถมทะเลนั้นเอามาจากไหน หน่วยงานที่ดูแลด้านการก่อสร้างของรัฐบาลสิงคโปร์อ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้เพราะไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะ กระทรวงพัฒนาแห่งชาติเพียงแค่รายงานว่าสิงคโปร์นำเข้าทรายจากหลายแหล่ง ก็ยังไม่ยอมบอกอยู่ดีว่าเป็นประเทศอะไรบ้าง
แม้แต่เจ้าของสัมปทานขุดทรายที่เกาะกง ของกัมพูชา ก็ไม่ยอมเปิดเผยเช่นกันว่าทรายที่ขุดขึ้นมากได้เอาไปขายที่ไหน แต่เจ้าหน้าที่ระดับล่างหลายคนบอกกับผู้สื่อข่าวต่างชาติว่าทรายส่วนใหญ่ที่ขุดได้ถูกส่งไปสิงคโปร์ แหล่งข่าวในพื้นที่แถวเกาะกงเปิดเผยว่าล่าสุดเห็นเรือบรรุทุกขนาด 5,000 กว่าต้นติดธงสิงคโปร์แล่นเข้าเทียบท่า และทุกคนก็รู้ว่าเรือลำนี้มาทำอะไรอยู่แถวนั้น
แต่ที่ชาวบ้านแถวเกาะกงเห็นชัดๆ ก็คือเรือขุดจากหลายประเทศ รวมทั้งจีนด้วย เดินเครื่องแบบแทบไม่มีวันหยุดอยู่แถวเกาะกง และชาวบ้านที่นั่นก็รู้ดีว่าจุดหมายปลายทางของทรายเหล่านี้อยู่ที่ไหน บางถึงขึ้นคุยเล่นกันว่ากำลังหาทางบุกไปสิงคโปร์เพื่อเอาธงเขมรไปปักที่นั่น เพราะรู้ๆ อยู่ว่าพื้นที่ที่งอกใหม่จากริมทะเลของสิงคโปร์นั้นก็มาจากทรายเขมรนั่นแหละ
ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติระบุว่าปีที่แล้วสิงคโปร์นำเข้าทรายถึง 14.6 ล้านตัน ซึ่งทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่นำเข้าทรายอันดับต้นๆ ของโลก โดยกว่าร้อยละ 25 ของทรายที่สิงคโปร์นำเข้านั้นมากจากกัมพูชา ขณะที่องค์กรที่ติดตามเรื่องสภาวะล้อมสากลเชื่อว่า ในแต่ละปีสิงคโปร์นำเข้าทรายเฉพาะจากเกาะกงที่เดียวมากถึง 800,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 240 ล้านเหรียญสหรัฐ
เรื่องการขุดทรายในกัมพูชาได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงที่ทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุนเซ็น ต้องตกเป็นจำเลยของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฉบับหน้าจะกลับมาดูกันครับว่าปัญหานี้ร้ายแรงแค่ไหน