
สถาบันฯนิวเคลียร์ เร่งบูรณาการ ผุดอาคารเก็บกากกัมมันตรังสี
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ สทน. ลั่นแผนโครงการต่อยอดการวิจัย ผุดอาคารแห่งใหม่ รองรับกากกัมมันตรังสีที่เหลือใช้ พร้อมเปิดใจโครงการพัฒนาตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย หวังเป็นทางเลือกใหม่ วอนทุกฝ่ายทำความเข้าใจ เพื่อพลังงานของคนไทยที่ยั่งยืน
ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) เปิดเผยว่า ทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติได้มีการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข, เทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตร, วัสดุศาสตร์และอุตสาหกรรม, สิ่งแวดล้อม, วิทยาการก้าวหน้า
พร้อมทั้งการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าวัสดุกัมมันตรังสีจากที่ใดก็ตาม ผู้ใช้วัสดุกัมมันตรังสีต้องรับผิดชอบต่อกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานในแต่ละหน่วย โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีให้การแนะนำที่ถูกต้อง ในการเก็บรวบรวมและคัดแยกประเภทกากกัมมันตรังสีให้ถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่สำคัญของศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่จะเป็นศูนย์กลางการจัดการกากกัมมันตรังสีของประเทศไทย
ล่าสุดสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ได้มีการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารเก็บรักษากากกัมมันตรังสีแห่งใหม่ เพื่อรองรับปริมาณกากกัมมันตรังสีที่เหลือใช้จากการใช้งานที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ (องค์การมหาชน) ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก คาดว่าจะสามารถรองรับปริมาณกากกัมมันตรังสีได้เป็นระยะเวลาถึง 50 ปีในอนาคตต่อจากนี้
ดร.สมพร กล่าวถึงความเป็นไปได้ของการจัดตั้งโรงผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ว่า สำหรับโครงการจัดตั้งโรงผลิตไฟฟ้าขึ้นในประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์นั้น ทางสถาบันฯและหน่วยงานทางภาครัฐได้เดินหน้าพัฒนาและให้การสนับสนุนในเรื่องการวิจัยและประโยชน์ที่จะได้รับตลอดจนผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวถูกการต่อต้านจากกลุ่มนักอนุรักษ์มาโดยตลอด
“ถ้าถามผมว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นั้น ผมมองว่าไม่น่าจะช้ากว่า 10 ปี และถ้าประเทศไทยยังคงมีการเติบโตด้านโครงสร้างแบบนี้ อีก 5 ปีข้างหน้าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะมากขึ้น จนการผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่ไม่เพียงพอ เมื่อถึงเวลานั้นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จะถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง ทั้งในเรื่องของความสำคัญและเล็งเห็นถึงความมั่นคงอย่างยั่งยืนของประเทศ” ดร. สมพร กล่าวทิ้งท้าย