
ยูนิเวนเจอร์ มองปี 55 ตลาดอสังหาฯตึกสูงมาแรง
ผู้บริหารยูนิเวนเจอร์ คาดแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ ปี 55 หลังวิกฤตน้ำท่วมตลาดแนวสูงโตขึ้นชัวร์ เร่งวางแผนตีตลาด ปักธงคอนโดมิเนียมบุกเจาะกลุ่มเป้าหมาย เน้นทำเลดีเกาะแนวรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมชูบิ๊กโปรเจคเปิดรั้ว “Park Venture” สร้างรายได้ 300 ล้านบาทต่อปี
นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งเป็นการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยในแบรนด์ “ยู ดีไลท์” ภายใต้บริษัทในเครือชื่อ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด และพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯในปี 2554 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นที่รู้จักในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น
ขณะนี้ทางบริษัทฯมีโครงการยักษ์ใหญ่ “ปาร์ค เวนเชอร์ ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ” โครงการระดับไฮเอนด์สูง 33 ชั้น มีทั้งอาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมและโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวชั้นนำของโลก ที่จะสร้างกระแสดึงดูดความสนใจในกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี
โครงการ “ปาร์ค เวนเชอร์ ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ” บริษัทฯ ทุ่มงบกว่า 5,000 ล้านบาท ในการสร้างอาคารใหม่เปิดบริการพื้นที่ส่วนสำนักงานโครงการอาคารอนุรักษ์พลังงานแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่รวมอาคารสำนักงานให้เช่าระดับพรีเมี่ยมและโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวชั้นนำของโลก คือ ‘ดิ โอกูระ เพรสทีจ แบงค็อก’ (The Okura Prestige Bangkok) สุดยอดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวสัญชาติญี่ปุ่นอันเลื่องชื่อในเครือโอกูระไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในอนาคตของกลุ่มบริษัทและนักลงทุนชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โครงการ “ปาร์ค เวนเชอร์ ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ” ได้เปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ส่วนโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว จะเปิดให้บริการกลางปี 2555 โดยบริษัทฯคาดการณ์ว่าอาคารสำนักงานเกรดพรีเมี่ยมแห่งนี้จะสามารถสร้างรายได้กว่า 300 ล้านบาทต่อปี
บริษัทฯสามารถรับรู้รายได้จากโครงการ "ปาร์คเวนเชอร์-ดิ อีโคเพล็กซ์ ออน วิทยุ" ประมาณปีละ 300 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 8 ปีจะคืนทุน โดยในส่วนสำนักงานให้เช่าบริษัทฯตั้งเป้าหมายจะให้เช่าพื้นที่สำนักงานทั้งหมดภายใน 2 ปีครึ่ง ซึ่งขณะนี้นับได้ว่ากระแสตอบรับจากโครงการดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก มีผู้สนใจจับจองพื้นที่แล้วกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีโครงการต่อไปในอนาคตเช่นกัน
นายธนพล กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการลงทุนโครงการอื่นๆในปี 2555 บริษัทฯเล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม โดยคาดว่าในปีหน้าแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสูงจะได้รับความสนใจมากกว่าตลาดที่เป็นแนวราบในรูปแบบโครงการบ้านหรือทาวน์โฮมส์ อาจสืบเนื่องมาจากปัจจัยภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากในด้านที่พักอาศัย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนทำให้กลุ่มลูกค้าตระหนักในการตัดสินใจซื้อมากยิ่งขึ้น
บริษัทฯวางเป้าหมายบุกตลาดคอนโดมิเนียมเพิ่มอีกประมาณ 1-2 โครงการ ซึ่งจะพัฒนาในนามบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด โดยเน้นเปิดคอนโดมิเนียมในพื้นที่-ทำเลที่น่าสนใจและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ทั้งนี้การดำเนินงานของบริษัทฯนั้นให้ความสำคัญในด้านของ Positioning เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากเชื่อว่าการตัดสินใจเลือกซื้ออาคาร-บ้านนั้น ปัจจัยแรกเป็นในด้านของทำเล ที่ตั้ง ที่สามารถอำนวยความสะดวกได้ครบครัน โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ทำงานในกรุงเทพฯที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ซึ่งโครงการในอนาคตบริษัทฯจะยึดพื้นที่แนวรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า อยู่ในย่านธุรกิจ ฯลฯ
“การดำเนินงานบริษัทฯ ให้ความสำคัญด้านคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด โดยเลือกใช้บริการผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างและความสามารถในการบริหารงาน มีประสบการณ์และมีศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆได้ และเลือกใช้ความสำคัญที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ทนทานต่อการใช้งานในระยะยาวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายธนพลกล่าวทิ้งท้าย