![]() |
||
|---|---|---|
22 ปีไทยชินเรียวจับงานรัฐ-เอกชนต่อเนื่อง |
||
ไทยชินเรียว โชว์โครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด มูลค่ากว่า 2 , 300 ล้านบาท ขณะนี้โครงการดังกล่าวคืบหน้าไป 80% คาดแล้วเสร็จปลายปี 2551
นายจิตผล ราชประสิทธิ์ ผู้จัดการโครงการ บริษัท ไทยชินเรียว จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำบล็อก 1เฟสแรกของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัดว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าว ใช้งบลงทุน 2 , 300 ล้านบาทปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไป 80% และคาดเสร็จปลายปี 2551 ทั้งนี้โครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ บล็อก1และ2 โดยบล็อก 1นั้นมีสองเฟส เฟสแรกเป็นโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิต144 เมกกะวัตต์ ส่วนเฟสสองอยู่ในช่วงการอนุมัติการดำเนินการก่อสร้างอยู่ซึ่งเป็นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตประมาณ 300 เมกะวัตต์ บริษัทได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากการดำเนินการก่อสร้างทุกขั้นตอนในการทำงานเน้นคุณภาพ การบริการที่ดี และเทคโนโลยีทันสมัย โดยเครื่องจักรของบริษัทได้ทำการนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ เยอรมัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าสูงสุด นายจิตผลกล่าว ปัจจุบันบริษัทได้รับมาตรฐานสากล ISO 9001:2000 จากสถาบัน TUV ซึ่งเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่า บริษัทเน้นการดำเนินงานด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง นอกจากนี้บริษัทวางแผนขอรับมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001 เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินงานและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของบริษัทเพื่อการันตีการทำงานเพื่อสังคมดายรวมอีกด้วย ผู้จัดการโครงการ บริษัท ไทยชินเรียว จำกัด กล่าวอีกว่า ลูกค้าของบริษัทเน้นในประเทศเป็นหลัก แต่มีต่างประเทศบ้างไม่มากนัก ซึ่งลูกค้าในประเทศมีทั้งภาครัฐและเอกชน โดยสัดส่วนนลูกค้าภาคเอกชนอยู่ที่ 95% และภาครัฐ 5% บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เนื่องจากทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจและการดำเนินงานสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพนักงานทุกคนจะได้รับการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้พนักงานยังมีโอกาสเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน และอิตาลี เป็นต้น สำหรับแนวโน้มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างครึ่งปีหลังการเติบโตจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ น้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัสดุมีราคาแพง และการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดการเติบโตของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้จากผลพวงของสถานการณ์ปัจจุบันทำให้บริษัทประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน โดยออเดอร์จากลูกค้าลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามบริษัทพยายามที่จะประคองตัว เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวในขณะนี้ นายจิตผล กล่าวอีกว่า อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมากขึ้น โดยลดภาษีสำหรับเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลดภาระจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านนายวิจิตร ล้ำศิริเจริญโชค ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยชินเรียว จำกัด 22 ปีกับการดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง งานออกแบบและติดตั้งระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าและระบบสุขาภิบาลอาคารโรงงาน และโครงการขนาดใหญ่ กล่าวถึงโครงการโรงไฟฟ้าบางจากว่า เป็นโครงการที่ปตท.ลงทุนทำเป็นโรงกลั่นไอน้ำและไฟฟ้าส่งต่อให้กับบางจาก โดยใช้งบประมาณกว่า 1,080 ล้านบาท งานออกแบบโครงการนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่ง ใช้ระยะเวลาในการออกแบบหลายเดือน เพื่อให้ได้มาตรฐานและคุณภาพที่ดี ขณะนี้โครงการกำลังดำเนินการก่อสร้าง และคาดเสร็จกลางปี 2552 สำหรับปัญหาของโครงการนี้คือ มีระยะเวลาในการก่อสร้างสั้น ส่งผลกระทบต่อการล่าช้าในเรื่องของการส่งงานอย่างไรก็ตามบริษัทจะพยายามดำเนินงานให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบดังกล่าว จึงได้มีแผนการรองรับความล่าช้าของการดำเนินงานแล้ว ด้านปัญหาต้นทุนในการสร้างหรือราคาวัสดุที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นั้นที่ผ่านมารัฐไม่ได้เข้าช่วยแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายเกิดความไม่มั่นในใจการดำเนินงานของรัฐเท่าไรนัก จึงอยากให้รัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจังให้มากขึ้น ส่วนเศรษฐกิจปัจจุบันนั้นค่อนข้างจะลำบาก ในเรื่องของราคาโครงการต่างๆต้องทำใจมากขึ้น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าว ด้านโครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด เป็นโครงการของปตท. ซึ่งทางบริษัทไทยชินเรียวได้ส่วนงานก่อสร้างครั้งนี้ โดยโครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่ 32 ไร่ใกล้บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ขณะนี้ก่อสร้างไป 80% และคาดเสร็จสมบรูณ์ในช่วงปลายปี 2551 ทั้งนี้บริษัทเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวช่วงไตรมาส 3 ปี 2549 สำหรับประโยชน์จากการสร้างงานโครงการของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด นับเป็นการเปิดตลาดกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ดีมากเพราะโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์งานของปตท. ที่ปตท.เมีการขยายงานด้านนี้อยู่แล้ว ทำให้เป็นลูกค้าที่สำคัญของบริษัทในอนาคต ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยชินเรียว จำกัด กล่าวอีกว่า ในปี 2550 บริษัททำผลงานการดำเนินธุรกิจกว่า 20 โครงการประกอบไปด้วยการติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลให้กับโรงงานอุตสาหกรรม และโครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด สำหรับโครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่ปี 2551 ประกอบไปด้วยโครงการของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด และโครงการโรงไฟฟ้าปตท.ซึ่งเข้าไปสร้างที่โรงกลั่นของบางจากในการผลิตกระแส ไฟฟ้าและไอน้ำให้กับบางจาก นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการสร้างงานในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โดยเข้าไปจัดทำระบบเครื่องกลและงานไฟฟ้าให้กลับลูกค้าในค่ายบริษัทญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งลูกค้าที่มีการปรับปรุงและบริษัทได้เข้าไปดำเนินการบริหารจัดการให้ อาทิ ไทยทาเคนากา ไทยโอบายาชิ ไทยคาจิมา ไทยนิชิมัตสุ และช.โตคิว เป็นต้น |
||
|
||
|